⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 185/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2512

ย่อคำพิพากษา

หนี้เงินกู้เป็นหนี้ที่จำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันบริษัทส. ซึ่งได้กู้เงินเจ้าหนี้ไป แต่ปรากฏว่าบริษัท ส.ถูกพิพากษาให้ล้มละลาย เจ้าหนี้ก็ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เอาจากกองทรัพย์สินของบริษัท ส. และศาลได้สั่งให้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน ดังนี้การที่ศาลมีคำสั่งให้ผู้ขอรับชำระหนี้ในคดีแดงที่ 99/2507 ซึ่งบริษัท ส. เป็นลูกหนี้และล้มละลายให้ได้รับชำระหนี้นั้นมีผลเพียงให้ผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนที่ได้ยื่นขอรับชำระหนี้เท่านั้น ซึ่งผู้ขอรับชำระหนี้ยังไม่ได้รับชำระหนี้รายนี้เลย จำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันลูกหนี้ผู้ล้มละลายมีหน้าที่ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เต็มตามจำนวนที่เป็นหนี้ โดยผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้เต็มตามจำนวนตามอำนาจของเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 194 และเมื่อปรากฏว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย โดยหนี้นั้นลูกหนี้ยังไม่ได้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ ประกอบกับพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรา 91 ได้บัญญัติให้เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ผู้ขอรับชำระหนี้จึงมีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้อีกในฐานะจำเลยผู้ล้มละลายเป็นผู้ค้ำประกันลูกหนี้ผู้ล้มละลายอีกคดีหนึ่งอยู่ ถ้าจะให้ผู้ขอรับชำระหนี้รอไว้จนกว่าจะได้รับส่วนแบ่งชำระหนี้จากคดีล้มละลายแดงที่ 99/2507 เสียก่อนก็จะพ้นกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ไม่อาจจะยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ ทำให้ผู้ขอรับชำระหนี้เสียหายและลบล้างอำนาจของเจ้าหนี้ซึ่งมีอยู่ ฉะนั้น ผู้ขอรับชำระหนี้จึงมีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้อีก แต่ผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในคดีนี้และคดีแดงที่ 99/2507 รวม 2 คดีไม่เกินจำนวนเงินตามที่เป็นเจ้าหนี้อยู่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิม โจทก์ฟ้องและศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑, ๒ เป็นบุคคลล้มละลาย ร้อยเอกวีระชาติผู้จัดการมรดกของพลตำรวจตรีละม้ายมอบอำนาจให้เรือตรีวัลลภขอรับชำระหนี้ ๓ รายการรวมเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาทศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ทั้งหมด ผู้ขอรับชำระหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ขอรับชำระหนี้รับชำระหนี้ได้เต็ม ๔๐๐,๐๐๐ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาว่า หนี้เงินกู้รายแรกจำนวนเงิน๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็นหนี้เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาค้ำประกันบริษัทสยามอาคีเต็กซ์ จำกัด ซึ่งได้กู้เงินเจ้าหนี้ไป แต่ปรากฏว่าบริษัทสยามอาคีเต็กซ์ได้ถูกศาลแพ่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และต่อมาได้พิพากษาให้ล้มละลาย เจ้าหนี้ก็ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เอาจากกองทรัพย์สินของบริษัทสยามอาคีเต็กซ์ และศาลได้สั่งให้รับชำระหนี้เต็มจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วปรากฏตามคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ๙๙/๒๕๐๗ ผู้ขอรับชำระหนี้จึงหมดสิทธิที่จะมายื่นคำขอรับชำระหนี้รายนี้ในคดีนี้อีกนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลมีคำสั่งให้ผู้ขอรับชำระหนี้ในคดีแดงที่ ๙๙/๒๕๐๗ ซึ่งบริษัท ส. เป็นลูกหนี้และล้มละลายให้ได้รับชำระหนี้นั้นมีผลเพียงให้ผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนที่ได้ยื่นขอรับชำระหนี้เท่านั้น ซึ่งผู้ขอรับชำระหนี้ยังไม่ได้รับชำระหนี้รายนี้เลย การที่ลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายก็แสดงว่าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เป็นที่คาดหมายได้ว่าผู้ขอรับชำระหนี้จะได้รับส่วนแบ่งชำระหนี้ไม่ครบจำนวนตามที่ลูกหนี้ และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๘๐ จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันลูกหนี้ผู้ล้มละลายยังมีหน้าที่ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่สามารถชำระให้แก่เจ้าหนี้เต็มตามจำนวนที่เป็นหนี้ โดยผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ได้เต็มตามจำนวนตามอำนาจของเจ้าหนี้ตามมาตรา ๑๙๔ และเมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันลูกหนี้ดังกล่าว ได้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายโดยหนี้นั้นลูกหนี้ยังไม่ได้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ประกอบกับพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๙๑ ได้บัญญัติให้เจ้าหนี้ซึ่งขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา ๒ เดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ผู้ขอรับชำระหนี้จึงมีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้อีกได้ในฐานะที่จำเลยที่ ๑ ผู้ล้มละลายเป็นผู้ค้ำประกันลูกหนี้ผู้ล้มละลายอีกคดีหนึ่งอยู่ ถ้าจะให้ผู้ขอรับชำระหนี้รอไว้จนกว่าจะได้รับส่วนแบ่งชำระหนี้จากคดีล้มละลายแดงที่ ๙๙/๒๕๐๗ เสียก่อนแล้ว ก็จะพ้นกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ ผู้ขอรับชำระหนี้ไม่อาจจะยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ เห็นได้ว่าทำให้ผู้ขอรับชำระหนี้เสียหายและลบล้างอำนาจของเจ้าหนี้ซึ่งมีอยู่ตามบทกฎหมายที่ได้กล่าวข้างต้น ฉะนั้น ผู้ขอรับชำระหนี้จึงมีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้อีก แต่ผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในคดีนี้และคดีแดง ๙๙/๒๕๐๗ รวมทั้งสองคดีไม่เกินจำนวนเงินหนึ่งแสนบาทตาที่เป็นเจ้าหนี้อยู่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2512 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โดยนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ กรรมการ โจทก์ นายสงวน เจิมศิริวัฒน์ ที่ 1 นายสุดใจ เจิมศิริวัฒน์ ที่ 2 นางแนนลี่ มินโต ที่ 3 ร้อยเอกวีระชาติ อุทยานานนท์ ผู้ขอรับชำระหนี้

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โดยนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ กรรมการ · 3 - นายสงวน เจิมศิริวัฒน์ ที่ 1 นายสุดใจ เจิมศิริวัฒน์ ที่ 2 นางแนนลี่ มินโต ที่ · ผู้ขอรับชำระหนี้ - ร้อยเอกวีระชาติ อุทยานานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชิต บุณยประภัศร · จินตา บุณยอาคม · แสวง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุข หงสไกร · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ จามรมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1345/2532ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1001/2509ฎีกา 2115/2524ฎีกา 552/2548ฎีกา 275/2567ฎีกา 1800/2511ฎีกา 795/2545ฎีกา 8080/2538ฎีกา 9487/2558ฎีกา 3219/2534ฎีกา 946/2509ฎีกา 4275/2560ฎีกา 7913/2551ฎีกา 374/2534ฎีกา 2843/2546ฎีกา 4851/2545ฎีกา 3527/2536ฎีกา 6549/2542ฎีกา 978/2510ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 6683/2545ฎีกา 612-615/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา