⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 434/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. หากคู่ความฝ่ายที่นำพยานสืบก่อนไม่ได้ใช้สิทธิถามค้านพยานของฝ่ายที่สืบภายหลัง ศาลอาจอนุญาตให้เรียกพยานที่เกี่ยวข้องของฝ่ายที่นำพยานสืบก่อนมาสืบอีกได้ 2. การอ้างว่าสัญญากู้ปลอม ถือเป็นการต่อสู้คดีในประเด็นความแท้จริงของเอกสาร โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ในประเด็นดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 ถ้าศาลยอมรับฟังพยานจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายที่สืบภายหลัง โดยที่จำเลยไม่ได้ถามค้านโจทก์ไว้ขณะโจทก์เบิกความคู่ความที่ได้นำพยานสืบก่อนจะเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสืบอีกก็ได้ ถ้าโจทก์เพียงแต่ยื่นคำแถลงคัดค้านว่าคำสั่งศาลคลาดเคลื่อนด้วยกฎหมาย ขอโต้แย้งไว้ให้ศาลสูงวินิจฉัย โจทก์ไม่ได้ขอให้เรียกพยานที่เกี่ยวข้องของโจทก์มาสืบตามสิทธิที่มีอยู่ ดังนี้ จะว่าศาลไม่อนุญาตให้โจทก์นำพยานที่เกี่ยวข้องมาสืบอีกหาได้ไม่ โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จำเลยกู้ไป จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำสัญญากู้ไว้กับโจทก์ โจทก์เอาสัญญากู้ซึ่งไม่มีข้อความอื่น นอกจากจำเลยเซ็นชื่อในช่องผู้กู้ให้ ป.มากรอกข้อความแล้วเอามาฟ้อง ดังนี้ เท่ากับจำเลยสู้ว่าสัญญากู้นั้นปลอม โจทก์จึงต้องนำสืบก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินต้นที่จำเลยกู้ไปและดอกเบี้ยรวม๒๓,๔๘๓ บาท จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าหลักฐานพยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้เชื่อว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ คดีนี้ โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อน จำเลยนำสืบว่าเมื่อถูกฟ้องคดีนี้ก็ไปหาพระครูรัตนธาน เล่าเรื่องให้ฟังว่าถูกโจทก์ซึ่งไม่เคยรู้จักมาฟ้อง พระครูรัตนธานมาเป็นพยานจำเลยว่าได้เคยถามโจทก์ โจทก์บอกว่าความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องของคนอื่น โจทก์ไม่ใช่เป็นเจ้าของเงิน เป็นเรื่องช่วยเพื่อน ในการที่จำเลยอ้างตนเองและสืบพระครูรัตนธานถึงข้อความที่เคยถามโจทก์ดังกล่าวนั้น โจทก์คัดค้านในขณะสืบตัวจำเลยว่าประเด็นข้อนี้จำเลยไม่ได้ถามค้านโจทก์ไว้ขณะโจทก์เบิกความ ศาลไม่ควรรับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๘๙ ศาลชั้นต้นสั่งในรายงานพิจารณาว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญที่จะชี้ถึงข้อแพ้ชนะในคดีด้วย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงอนุญาตให้ทนายจำเลยตามข้อความดังกล่าวได้ โจทก์ฎีกาว่า แม้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยนำสืบได้ แต่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยนำสืบได้ แต่ศาลชั้นต้นก็มิได้อนุญาตให้โจทก์นำพยานที่เกี่ยวข้องมาสืบอีก จึงเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๙ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๘๙ ถ้าศาลยอมรับฟังพยานเช่นว่านั้น คู่ความที่ได้นำพยานสืบก่อนจะเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสืบอีกก็ได้ ในคดีนี้ เมื่อศาลสั่งอนุญาตให้จำเลยสืบถึงข้อความดังกล่าวได้โจทก์เพียงแต่ยื่นคำแถลงคัดค้านว่าคำสั่งศาลคลาดเคลื่อนด้วยกฎหมาย ขอโต้แย้งไว้ให้ศาลสูงวินิจฉัย โจทก์หาได้ขอให้เรียกพยานที่เกี่ยวข้องของโจทก์มาสืบตามสิทธิที่มีอยู่ไม่ ดังนี้ จะว่าศาลไม่ได้อนุญาตให้โจทก์นำพยานที่เกี่ยวข้องมาสืบอีกหาได้ไม่ โจทก์ฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า คดีนี้หน้าที่นำสืบควรตกจำเลยศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์สืบก่อนไม่ชอบ เห็นว่า จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำสัญญากู้ไว้กับโจทก์ โจทก์เอาสัญญากู้ซึ่งไม่มีข้อความอื่น นอกจากจำเลยเซ็นแต่ชื่อในช่องผู้กู้ให้นายประเทืองไว้มากรอกข้อความแล้วเอามาฟ้อง เท่ากับจำเลยต่อสู้ว่าสัญญากู้นั้นปลอม โจทก์จึงต้องนำสืบก่อน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434/2512 นายขลิบ ตะยะบุตร โจทก์ นายแสวง กลิ่นโต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายขลิบ ตะยะบุตร · จำเลย - นายแสวง กลิ่นโต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โกวิท ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายยรรยง อิทธิพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำเนียร บุญพละ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 779/2532ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3350/2538ฎีกา 369/2522ฎีกา 1969/2515ฎีกา 2752/2537ฎีกา 2572/2541ฎีกา 200/2536ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 541/2509ฎีกา 70/2518ฎีกา 495/2545ฎีกา 591/2513ฎีกา 312/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา