⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 678/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องของนิติบุคคลที่เรียกให้ผู้รับจ้างใช้เงินค่าจ้างที่จ่ายล่วงหน้าคืนเนื่องจากการผิดสัญญามีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

ย่อคำพิพากษา

องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ซึ่งเป็นนิติบุคคล ทำสัญญาจ้างจำเลยตัดฟันชักลากไม้และจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้จำเลยไป จำเลยผิดสัญญา องค์การเรียกให้จำเลยใช้เงินคืนจำเลยไม่ใช้ องค์การจึงฟ้อง สิทธิเรียกร้องในกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องนายจ้างเรียกเอาเงินค่าจ้างอันตนได้จ่ายล่วงหน้าให้ไปจากบุคคลผู้รับจ้างใช้การงานส่วนบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 (8) ซึ่งมีอายุความ 2 ปี แต่อยู่ในอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 28/2511) ผู้แทนนิติบุคคลซึ่งแสดงเจตนาฟ้องคดีและแต่งตั้งทนายแทนนิติบุคคลในนามนิติบุคคลเป็นโจทก์นั้น เมื่อได้ลงชื่อแต่งทนายให้ดำเนินคดีโดยชอบแล้ว ทนายก็มีอำนาจดำเนินคดีไปตลอดจนมีอำนาจใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาดังที่ปรากฏในใบแต่งทนาย แม้ผู้แทนนิติบุคคลนั้นจะถึงแก่ความตายไปแล้วก็ดี หรือฟ้องฎีกาของโจทก์ยังคงใช้ชื่อผู้แทนนิติบุคคลซึ่งถึงแก่ความตายในหน้าฟ้องก็ดี ไม่ทำให้ฎีกาของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.61 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.62 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พ.ศ.2499 ม.4 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พ.ศ.2499 ม.6 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พ.ศ.2499 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากับโจทก์ รับจ้างตัดฟันชักลากไม้ หากผิดสัญญาจะต้องถูกปรับ และโจทก์มีสิทธิเรียกคืนเงินค่าจ้างที่จ่ายไปแล้ว และเรียกค่าเสียหายอีกทั้งดอกเบี้ยด้วย ในการนี้จำเลยได้จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้เป็นประกัน สัญญาสิ้นอายุแล้ว โจทก์จำเลยได้คิดบัญชีกันถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๔๙๙ จำเลยคงเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่ ๖๔,๗๖๙.๖๕ บาท ซึ่งแยกเป็น ๒ ยอด คือ เงินค่าจ้างล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ย ๑๗,๕๙๙.๓๙ บาท และเงินค่าปรับผิดสัญญา ๔๗,๑๗๐.๒๖ บาท ต่อมาวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๐๒ จำเลยได้ตกลงเรื่องหนี้กับโจทก์โดยคิดดอกเบี้ยต่อจนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๐๒ เป็นหนี้ที่จะต้องชำระทั้งสิ้น ๗๘,๒๙๕.๑๐ บาท จำเลยได้รับสภาพหนี้โดยขอผ่อนชำระภายใน ๓ ปี โจทก์เห็นว่านานเกินสมควร จึงบอกกล่าวทวงถาม จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้จำนวนดังกล่าว พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันรับสภาพหนี้ถึงวันฟ้อง ๓๐,๙๖๙.๔๗ บาท รวมเป็นเงิน ๑๐๙,๒๖๔.๕๗ บาท และดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนชำระเสร็จ หากไม่ชำระ ขอให้บังคับจำนอง จำเลยต่อสู้ปฏิเสธความรับผิด และว่าเอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่หนังสือรับสภาพหนี้ คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยต้องรับผิดตามสัญญา แม้ในเหตุสุดวิสัยเอกสารหมาย จ.๑๓ เป็นหนังสือรับสภาพหนี้ คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยรับผิดใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามฟ้อง หากจำเลยไม่ชำระ ให้บังคับจำนองยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เงินที่โจทก์จ่ายล่วงหน้า มีอายุความ ๒ ปี ส่วนเงินค่าปรับ มีอายุความ ๑๐ ปี เอกสารหมาย จ.๑๓ เป็นหนังสือรับสภาพหนี้แต่นับแต่วันรับสภาพหนี้ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๕ ปีเศษ หนี้เงินที่โจทก์จ่ายล่วงหน้าจึงขาดอายุความ จำเลยต้องรับผิดในเงินค่าปรับตามสัญญา พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องหนี้เงินค่าจ้างล่วงหน้า คงให้จำเลยชำระหนี้ค่าปรับเพราะผิดสัญญาเป็นเงิน ๔๗,๑๗๐.๒๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๐๐ จนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์ฝ่ายเดียวฎีกา มีปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ที่เรียกเงินค่าจ้างที่จ่ายล่วงหน้าให้จำเลย จำนวน ๑๗,๕๙๙.๓๙ บาทนั้น ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕ (๘) หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้จ้างจำเลยตัดฟันชักลากไม้โดยจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้จำเลยไป จำเลยผิดสัญญาจ้าง โจทก์จึงมีหนังสือลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๐๐ เรียกให้จำเลยจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าคืน ต่อมาวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๐๒ จำเลยได้ลงชื่อในบันทึก จ.๑๓ ขอผ่อนชำระหนี้รวมทั้งเงินค่าจ้างล่วงหน้า แล้วจำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๐๗ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า กรณีไม่ใช่เรื่องที่นายจ้างเรียกเอาเงินค่าจ้างอันตนได้จ่ายล่วงหน้าให้ไปจากบุคคลผู้รับจ้างใช้การงานส่วนบุคคลตามความหมายมาตรา ๑๖๕ (๘) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สิทธิเรียกร้องของโจทก์ไม่อยู่ในบังคับแห่งอายุความ ๒ ปี ฉะนั้นแม้จะคิดจากวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๔๙๙ อันเป็นวันที่โจทก์จำเลยคิดบัญชีหนี้สินกัน ซึ่งต่อมาในวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๐๒ จำเลยได้ทำบันทึกยอมใช้เงินนี้ให้โจทก์ด้วย โดยไม่พิจารณาในปัญหาที่ว่า บันทึกยอมใช้เงิน จ.๑๓ เป็นหนังสือรับสภาพหนี้ อันจะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงหรือไม่ก็ดี เมื่อคิดจนถึงวันฟ้องก็ยังไม่เกิน ๑๐ ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๔ ส่วนเรื่องดอกเบี้ย จำเลยไม่ได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้ จึงไม่วินิจฉัย ที่จำเลยแก้ฎีกาว่า นายวิบูลย์ ธรรมบุตร ผู้อำนวยการองค์การโจทก์ตายแต่ปี ๒๕๐๘ การที่โจทก์ยังใช้นามบุคคลที่ตายมาเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย ย่อมไม่เกิดผล ฎีกาโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตัวโจทก์คดีนี้คือองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งเป็นนิติบุคคล นายวิบูลย์ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ เพียงแต่แสดงเจตนาฟ้องคดีนี้ตลอดจนแต่งตั้งทนายแทนองค์การเท่านั้น เมื่อได้ลงนามแต่งทนายให้ดำเนินคดีโดยชอบแล้ว ทนายก็มีอำนาจดำเนินคดีไปตลอดจนมีอำนาจใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาดังที่ปรากฏในใบแต่งทนายนั้นแล้ว การที่นายวิบูลย์ตายและฟ้องฎีกาของโจทก์ยังคงใช้นามนายวิบูลย์หน้าฟ้อง ไม่ทำให้ฎีกาของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อนึ่ง ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาบังคับจำนองให้ตามคำขอของโจทก์ เป็นการคลาดเคลื่อน พิพากษาแก้ ให้จำเลยใช้เงินค่าจ้างที่รับล่วงหน้า พร้อมด้วยดอกเบี้ย จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหนี้ ก็ให้บังคับจำนอง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 678/2512 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โดยนายวิบูลย์ ธรรมบุตร ผู้อำนวยการ โจทก์ นายราหุล พวงทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โดยนายวิบูลย์ ธรรมบุตร ผู้อำนวยการ · จำเลย - นายราหุล พวงทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · ปันโน สุขทรรศนีย์ · วินัย ทองลงยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายคำนึง อุไรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 4790/2533ฎีกา 4082/2530ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 2768/2519ฎีกา 312/2534ฎีกา 156/2513ฎีกา 1748/2511ฎีกา 4977/2533ฎีกา 602/2490ฎีกา 2894/2523ฎีกา 746/2533ฎีกา 142/2535ฎีกา 1448/2520ฎีกา 1361/2527ฎีกา 3778/2531ฎีกา 1852/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา