⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 868/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868/2512

ย่อคำพิพากษา

ผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินมีโฉนดจนได้กรรมสิทธิ์แล้วนั้น เมื่อยังมิได้จดทะเบียนจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้รับโอนทางทะเบียนโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิ์โดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ เจ้าของโฉนดจดทะเบียนขายฝากที่ดินแก่บุคคลภายนอกจนหลุดเป็นสิทธิ ผู้ครอบครองปรปักษ์มิได้ต่อสู้ว่าผู้รับซื้อฝากไม่สุจริต ย่อมต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามกฎหมายว่า ผู้รับซื้อฝากนั้นเป็นผู้สุจริต ผู้รับโอนที่ดินมีโฉนดโดยเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ซึ่งมีสิทธิดีกว่าผู้ครอบครองปรปักษ์นั้น ถ้ามีผู้รับโอนทางทะเบียนต่อจากนั้นมาอีกภายใน 10 ปีนับแต่วันโอนครั้งแรก ผู้รับโอนต่อ ๆ มาจะรับโอนโดยสุจริตหรือไม่ ผู้ครอบครองปรปักษ์ก็ไม่อาจยกสิทธิของตนขึ้นใช้ยันผู้รับโอนคนใหม่ได้ เพราะสิทธิของผู้ครอบครองปรปักษ์ขาดตอนไปแล้วตั้งแต่มีผู้รับโอนทางทะเบียนโดยสุจริตคนแรก แม้ผู้ครอบครองปรปักษ์จะยังคงครอบครองที่ดินตลอดมา เมื่อการครอบครองในช่วงหลังยังไม่ครบ 10 ปี ก็จะถือว่ามีการครอบครองปรปักษ์กับเจ้าของใหม่จนครบเวลาได้กรรมสิทธิ์แล้วหาได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1015/2485) หมายเหตุ คำพิพากษาฎีกาที่ 1087 - 1090/2501 ก็เดินตามแนวนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.6 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินโฉนดที่ ๓๘๓๐ เป็นของนายสุ่ยนางตาดสามีภริยา คนทั้งสองตาย นายจันและนายมั้วบุตรรับมรดกทางทะเบียนและปกครองมา ต่อมานายมั้วจดทะเบียนโอนส่วนของตนให้นายจันมีกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว นายจันขายฝากไว้กับนายวัชรินทร์ จันทร์สุวรรณ และเด็กหญิงรุ่งเรือง จันทร์สุวรรณ แล้วหลุดเป็นสิทธิ โจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวจากนายวัชรินทร์และเด็กหญิงรุ่งเรืองโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียน โจทก์จะเข้าทำประโยชน์ จำเลยกลับขัดขวางอ้างว่าเป็นที่ดินของจำเลย ความจริงจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ อาศัยนายสุ่มนางตาดและนายจัน ส่วนจำเลยที่ ๗ - ๘ เพิ่งเข้าอยู่เมื่อ ๑ - ๒ ปีมานี้ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ขับไล่จำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ได้ครอบครองที่พิพาทมาโดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี จนได้กรรมสิทธิ์แล้ว โจทก์ซื้อโดยไม่สุจริต จำเลยที่ ๗ - ๘ อยู่โดยอาศัยสิทธิจำเลยที่ ๑ และ ๕ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทมาด้วยความสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมานานจนได้กรรมสิทธิ์แล้ว โจทก์ซื้อโดยไม่สุจริต พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยมิได้ครอบครองที่พิพาทโดยเจตนาเป็นเจ้าของ แต่อยู่ในฐานะอาศัย ไม่ได้กรรมสิทธิ์ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยสุจริตหรือไม่ พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ห้ามเกี่ยวข้อง และให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายปีละ ๑,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยต่างได้ครอบครองปรปักษ์ที่พิพาทแยกเป็นส่วน ๆ ตามที่ตนครอบครองมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตกเป็นของจำเลยตามส่วนที่แต่ละคนครอบครองมาตั้งแต่ก่อนนายจันเอาที่พิพาทไปขายฝาก มีปัญหาว่า โจทก์ผู้รับโอนที่พิพาทโดยทางทะเบียนโดยเสียค่าตอบแทนจะมีสิทธิดีกว่าจำเลยผู้ครอบครองตลอดมาจนบัดนี้ได้หรือไม่ จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ได้รับโอนโดยไม่สุจริต สิทธิทางทะเบียนของโจทก์ใช้ยันจำเลยไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง คดีฟังได้ว่า นายจันผู้รับมรดกได้โอนขายฝากที่พิพาทโดยทางทะเบียนให้กับนายวัชรินทร์และบุตรมาก่อน เมื่อพ้นกำหนดไถ่คืนแล้ว นายวัชรินทร์และบุตรจึงโอนขายที่พิพาทโดยทางทะเบียนให้โจทก์อีกต่อหนึ่ง แล้วโจทก์ก็มาฟ้องขับไล่จำเลยเป็นคดีนี้ ตามคำให้การของจำเลยมิได้ต่อสู้ว่านายวัชรินทร์และบุตรซึ่งเป็นผู้ซื้อคนต้นได้รู้เรื่องอยู่แล้วหรือซื้อโดยไม่สุจริตอย่างไร ทั้งการนำสืบก็ไม่ปรากฏ ซึ่งตามกฎหมายมีข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่านายวัชรินทร์และบุตรเป็นผู้สุจริต เพราะฉะนั้นจึงต้องถือว่านายวัชรินทร์และบุตรเป็นผู้สุจริต อันจำเลยจะยกเอากรรมสิทธิ์ที่ได้มาอยู่ก่อนโดยยังไม่จดทะเบียนขึ้นใช้ยันนายวัชรินทร์และบุตรไม่ได้ มีปัญหาต่อไปว่า หากฟังได้ดังจำเลยอ้างว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยไม่สุจริต จำเลยจะยกสิทธิของจำเลยขึ้นใช้ยันโดยเฉพาะกับโจทก์ได้หรือไม่ ในกรณีดังนี้ ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วตามฎีกาที่ ๑๐๑๕/๒๔๘๕ ว่า ผู้ที่ได้สิทธิในที่ดินมาโดยยังไม่ได้จดทะเบียน ที่ดินนั้นได้มีการโอนทางทะเบียนโดยเสียค่าตอบแทนไปยังบุคคลที่สามผู้รับโอนไว้โดยสุจริต และบุคคลที่สามโอนต่อไปยังผู้รับโอนคนใหม่อีกช่วงหนึ่ง ผู้ได้สิทธิโดยไม่ได้จดทะเบียนจะยกสิทธิของตนขึ้นใช้ยันผู้รับโอนคนใหม่ไม่ได้ ไม่ว่าผู้รับโอนคนใหม่จะซื้อมาโดยสุจริตหรือไม่สุจริตอย่างใดก็ตาม โดยสิทธิที่ได้ไว้นั้นได้ขาดตอนไปหมดแล้วตั้งแต่มีผู้รับโอนทางทะเบียนโดยสุจริตคนแรก ดังนั้น ในคดีนี้จำเลยจึงยกเอากรรมสิทธิ์ที่ไม่ได้จดทะเบียนของจำเลยมายันโจทก์ผู้รับโอนช่วงจากนายวัชรินทร์และบุตรผู้รับโอนโดยสุจริตนั้นไม่ได้ ทั้งนับแต่วันที่นายวัชรินทร์กับบุตรรับโอนมาจนถึงวันฟ้องก็ยังไม่ถึง ๑๐ ปี จะถือว่าจำเลยครอบครองปรปักษ์กับเจ้าของใหม่ในชั้นช่วงหลังจนครบเวลาได้กรรมสิทธิ์แล้วก็ไม่ได้ คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยสุจริตหรือไม่ประการใด โจทก์ย่อมมีสิทธิ์ฟ้องขับไล่จำเลยได้ พิพากษายืนในผล. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868/2512 นางเล็ก สุกมณี โจทก์ นางพิม เข้มแข็ง กับพวกรวม 8 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเล็ก สุกมณี · จำเลย - นางพิม เข้มแข็ง กับพวกรวม 8 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศริ มลิลา · เสลา หัมพานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายเจตน์ เคลื่อนคล้อย · ศาลอุทธรณ์ - นายกำจร ปัทมานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538ฎีกา 6528/2537ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 1658/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา