⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1104/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1104/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดที่ทหารกระทำ "ด้วยกัน" กับพลเรือน แม้จะไม่ได้ร่วมกันกระทำความผิดตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ก็อาจเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร หากเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 และต้องดำเนินคดีในศาลพลเรือน

ย่อคำพิพากษา

ความผิดเป็นคดีที่ตกอยู่ในกรณีใดกรณีหนึ่งใน 4 ประการดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ต้องถือว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร อันมีผลตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ให้ดำเนินคดีในศาลพลเรือน คำว่า "ด้วยกัน" ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 15 (1) ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่ทหารกับพลเรือนได้ร่วมกระทำความผิดตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญาเสมอไป การที่โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นทหารประจำการ โดยบรรยายคำฟ้องว่า จำเลยกับนายเดช (พลเรือน) ซึ่งยังหลบหนีอยู่ ต่างขับรถคนละคันด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังเฉี่ยวชนกัน เป็นเหตุให้มีคนตายและบาดเจ็บสาหัส เช่นนี้ เป็นเรื่องที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน เป็นคดีที่ตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 เป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ต้องดำเนินคดีต่อศาลพลเรือนตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ศาลพลเรือนประทับรับฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 22/2513)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.291 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300 ประมวลกฎหมายอาญา ม.390 พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ม.14 พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ม.15

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นทหารประจำการสังกัด ร.๑ รอ. จังหวัดพระนคร ได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวพันกับพวกอีก ๑ คน คือนายเดช ลอยดารา ซึ่งเป็นพลเรือนที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๐ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ นาฬิกาเศษ จำเลยได้ขับรถยนต์ตรากงจักรสีแดง หมายเลข ๓๔๘๙๘ แล่นไปตามถนนเพชรเกษมโฉมหน้าจากจังหวัดนครปฐมจะไปจังหวัดพระนคร ส่วนนายเดช ลอยดารา ที่หลบหนีได้ขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลข ก.ท.ด. ๒๕๖๒๐ แล่นไปตามถนนเพชรเกษมโฉมหน้าจากจังหวัดพระนครจะไปยังจังหวัดนครปฐม จำเลยกับนายเดช ลอยดารา ต่างขับรถด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังด้วยความเร็วสูง ไม่ลดความเร็วของรถเมื่อจะแซงสวนทางกัน เป็นเหตุให้รถของจำเลยเฉี่ยวชนกับรถของนายเดช ลอยดารา เป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่มาในรถของจำเลยถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้เนื่องมาจากความประมาทปราศจากความระมัดระวังของจำเลยและนายเดช เหตุเกิดที่ตำบลท่าตำหนัก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐, ๓๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙, ๖๖ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๘๑ มาตรา ๔ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓ กับให้ถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลยด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยประมาท พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ฟ้องผิดศาล ศาลพลเรือน (ศาลจังหวัดนครปฐม) ไม่มีอำนาจรับฟ้องไว้พิจารณา เพราะคดีของโจทก์หาใช่เรื่องที่จำเลยทำผิดเกี่ยวพันกับนายเดชซึ่งเป็นพลเรือน คดีไม่เข้าข้อยกเว้นที่ศาลพลเรือนจะรับไว้พิจารณาได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำหน่ายคดี โจทก์ฎีกาว่าคดีโจทก์เข้าข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๔ (๒) ฟ้องยังศาลพลเรือนได้ตามมาตรา ๑๕ วรรคแรก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๔ บัญญัติว่า "คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารคือ (๑) คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน (๒) คดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน (๓) คดีที่ต้องดำเนินในศาลคดีเด็กและเยาวชน (๔) คดีที่ศาลทหารเห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร" และมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ให้ดำเนินคดีในศาลพลเรือน" ฉะนั้น ถ้าคดีนี้ตกอยู่ในกรณีใดกรณีหนึ่งใน ๔ ประการของมาตรา ๑๔ แล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร อันมีผลตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง คือต้องดำเนินคดีส่งฟ้องต่อศาลพลเรือน ปัญหามีว่า การที่โจทก์บรรยายฟ้องมาจะเป็นกรณีที่โจทก์จะฟ้องต่อศาลจังหวัดนครปฐม หรืออีกนัยหนึ่ง เป็นคดีที่ตกอยู่ในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ก็บรรยายว่า จำเลยกระทำผิดโดยประมาท และความตายของพลทหารประดิษฐ์เกิดขึ้นเพราะความประมาทของพลเรือนที่หลบหนีไปซึ่งขับรถโดยประมาทกับจำเลยซึ่งขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เกิดเฉี่ยวและชนกัน กรณีจึงเห็นได้ว่าถ้าไม่เป็นเพราะจำเลยและพลเรือนกระทำผิดโดยประมาทด้วยกัน ความตายของผู้ตายก็เกิดขึ้นไม่ได้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า กรณีเช่นนี้ตกอยู่ในบทบัญญัติมาตรา ๑๔ (๑) ที่ว่า "คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน" คำว่า "ด้วยกัน" ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องที่ทหารกับพลเรือนได้ร่วมกันกระทำความผิดตามมาตรา ๘๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญาเสมอไป แม้ทหารจะกระทำผิดฐานประมาท และพลเรือนก็กระทำผิดฐานประมาทแล้วเป็นเหตุให้คนถึงแก่ความอย่างเช่นคดีนี้ ก็เป็นเรื่องที่ "กระทำผิดด้วยกัน" ด้วย เมื่อคดีนี้เป็นคดีตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๑๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ จึงเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ต้องดำเนินคดีนี้ต่อศาลพลเรือน ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1104/2513 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ สิบโทจำลอง ปั้นจีน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · ล. - สิบโทจำลอง ปั้นจีน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายไพบูลย์ นิมิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม กรพุกกะณะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1770/2516ฎีกา 2278/2525ฎีกา 5893/2567ฎีกา 328/2466ฎีกา 704/2472ฎีกา 2593/2521ฎีกา 688/2467ฎีกา 3863/2525ฎีกา 3426/2516ฎีกา 766/2507ฎีกา 1814/2539ฎีกา 34/2508ฎีกา 3/2483ฎีกา 1167/2530ฎีกา 4678/2555ฎีกา 108/2473ฎีกา 5494/2534ฎีกา 2713/2543ฎีกา 16572/2555ฎีกา 3825/2528ฎีกา 4573/2528ฎีกา 1001/2464ฎีกา 1002/2467ฎีกา 943/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา