คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1309/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยใช้มีดฟันผู้ตายในบริเวณอวัยวะสำคัญจนถึงแก่ความตาย เป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า และไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับ ห. พิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์ในกระบือ 1 ตัว จึงตกลงกันให้ผู้ตายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านดูแลรักษากระบือนั้นไว้ จนกว่าศาลจะชี้ขาดว่ากระบือเป็นของใคร ผู้ตายรับกระบือไว้แล้วมอบหมายให้ ห. ดูแลแทน ต่อมาจำเลยเอากระบือนั้นไป ผู้ตายและ ห. จึงไปติดตามเอาคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้ เงื้อมีดหัวงอยาว 15 นิ้ว โต 2 นิ้วฟุต จะฟันผู้ตาย ผู้ตายเข้าแย่งมีดแต่แย่งไม่ได้ จำเลยใช้มีดฟันผู้ตาย 1 ที ถูกระหว่างไหปลาร้าซ้ายกับคอซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ เป็นบาดแผลยาว 15 เซนติเมตร กว้าง 3 เซนติเมตร ลึก 2 เซนติเมตร เส้นโลหิตใหญ่ขาด ต่อมาไม่นาน ผู้ตายก็ถึงแก่ความตาย เช่นนี้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย และการกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันตัว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดเป็นอาวุธฟันนายคม จันทวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ผู้ปฏิบัติการตามหน้าที่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙ (๒) และริบมีดของกลาง
จำเลยให้การรับว่าฆ่าผู้ตายจริง แต่กระทำไปเพื่อป้องกันตัว เพราะผู้ตายจะใช้ปืนยิงจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย โดยไม่ใช่ป้องกันตัว แต่ไม่ผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ ลงโทษจำคุกจำเลย ๑๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ เพราะคำให้การรับของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คงจำคุกจำเลย ๑๐ ปี ริบมีดของกลาง ให้ยกคำขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙
โจทก์จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนเกิดเหตุ จำเลยกับนายหนูพิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์ในกระบือ ๑ ตัว จึงตกลงกันให้ผู้ตายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านดูแลกระบือตัวนั้นไว้ในระหว่างที่จำเลยจะนำคดีไปฟ้องศาล ผู้ตายได้มอบหมายให้นายหนูดูแลกระบือนั้นแทนอีกทอดหนึ่ง ในวันเกิดเหตุ จำเลยเอากระบือนั้นไปจากที่ ๆ นายหนูผูกไว้ให้กินหญ้า ผู้ตายกับนายหนูจึงติดตามไปเอากระบือคืนที่บ้านจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้ จำเลยเงื้อมีดหัวงอยาว ๑๕ นิ้วฟุต โต ๒ นิ้วฟุต จะฟันผู้ตาย ผู้ตายเข้าแย่งมีดแต่แย่งไม่ได้ จำเลยจึงใช้มีดนั้นฟันผู้ตาย ๑ ที ถูกที่ระหว่างไหปลาร้าซ้ายกับคออันเป็นอวัยวะสำคัญ เป็นบาดแผลยาว ๑๕ เซนติเมตร กว้าง ๓ เซนติเมตร ลึก ๒ เซนติเมตร ต่อมาไม่นานผู้ตายถึงแก่ความตาย ขณะเกิดเหตุผู้ตายมิได้ชักปืนออกมาจะยิงจำเลย หรือพูดว่าจะยิงจำเลย จึงวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยมิได้เป็นการป้องกันดังข้อต่อสู้ของจำเลย มีดที่จำเลยใช้ฟันผู้ตายเป็นอาวุธร้ายแรง และบาดแผลที่ผู้ตายถูกฟันก็เป็นบาดแผลฉกรรจ์ แม้จำเลยจะฟันเพียงทีเดียว ก็แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1309/2513
พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์
นางพรหม สมดวง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · ล. - นางพรหม สมดวง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์ · สวัสดิ์ ภู่งาม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายสวัสดิ์ โชติพานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายล้วน นิลกำแหง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา