⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1409/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1409/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้แบ่งทรัพย์สินแล้ว คู่ความจะขอให้งดการบังคับคดีโดยอ้างว่ารอคดีอื่นถึงที่สุดไม่ได้ เว้นแต่จะเข้าเหตุตามกฎหมายที่กำหนดไว้.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ขอแบ่งสินสมรสจากจำเลย ก็ได้อ้างถึงคดีอื่นที่โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยว่าศาลพิพากษาให้หย่ากันแล้วตามคดีแดงที่ 91/2512 ของศาลชั้นต้น แต่จำเลยมิได้ให้การต่อสู้เลยว่า คดีฟ้องหย่าดังกล่าวจำเลยได้อุทธรณ์อยู่ คงต่อสู้แต่ในเรื่องทรัพย์และการแบ่งทรัพย์ และยังอ้างถึงสินสมรสอีก 3 รายการ ที่โจทก์มิได้ฟ้อง ว่าโจทก์ควรนำมาแบ่งกันให้เสร็จไป โดยมีคำขอให้ศาลเปรียบเทียบให้คดีเสร็จไปด้วย เมื่อศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริง และโจทก์จำเลยตกลงกันได้ในทรัพย์บางรายการแล้ว ศาลจึงสั่งงดสืบพยาน และพิพากษาให้แบ่งทรัพย์ที่พิพาทกันนี้ ซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยจะมาขอให้งดการบังคับคดีโดยอ้างว่าขอให้รอคดีฟ้องหย่าถึงที่สุดเสียก่อนไม่ได้ กรณีไม่เข้าเหตุที่ศาลจะงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292, 293, 294 หรือ มาตรา 296 ประการใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.294 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องให้โจทก์จำเลยคนละครึ่ง ถ้าแบ่งไม่ได้ ให้ประมูลราคาระหว่างโจทก์จำเลย หากประมูลไม่ได้ ให้จัดการขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันคนละครึ่ง โจทก์จำเลยไม่อุทธรณ์ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า ทรัพย์อันดับที่ ๑ ถึง ๖ และที่ ๘, ๙, ๑๓, ๑๕ ไม่อาจแบ่งกันได้ ขอให้ศาลมีการประมูลระหว่างโจทก์จำเลย ถ้าประมูลไม่ได้ ขอให้จัดการขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันคนละครึ่ง จำเลยยื่นคำแถลงว่า แม้คดีจะถึงที่สุดแล้ว แต่คดีฟ้องหย่ายังไม่ถึงที่สุด คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ทรัพย์พิพาทอันเป็นสินสมรสก็ไม่อาจจะแบ่งกันตามคำพิพากษาคดีนี้ จำเลยเห็นสมควรต้องงดรอฟังผลคดีฟ้องหย่าเสียก่อน ศาลชั้นต้นนัดพร้อม แล้วมีคำสั่งว่าโจทก์จำเลยทราบคำพิพากษาและคำบังคับแล้ว จึงให้ประมูลทรัพย์ตามคำพิพากษาในวันที่ ๑๑ เดือนหน้า (พฤษภาคม ๒๕๑๓) เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ขอแบ่งสินสมรสจากจำเลย ก็ได้อ้างถึงคดีอื่นที่โจทก์ฟ้องหย่าจำเลย ว่าศาลพิพากษาให้หย่ากันแล้วตามคดีแดงที่ ๙๑/๒๕๑๒ ของศาลชั้นต้น แต่จำเลยมิได้ให้การต่อสู้เลยว่าคดีฟ้องหย่าดังกล่าวจำเลยได้อุทธรณ์อยู่ คงต่อสู้แต่ในเรื่องทรัพย์และการแบ่งทรัพย์ และยังอ้างถึงสินสมรสอีก ๓ รายการที่โจทก์มิได้ฟ้อง ว่าโจทก์ควรนำมาแบ่งกันให้เสร็จไป โดยมีคำขอให้ศาลเปรียบเทียบให้คดีเสร็จไปด้วย เมื่อศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริง และโจทก์จำเลยตกลงกันได้ในทรัพย์บางรายการแล้ว ศาลก็สั่งงดสืบพยาน และพิพากษาให้แบ่งทรัพย์ที่พิพาทกันนี้ซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยจะมาขอให้งดการบังคับคดีโดยอ้างว่า ขอให้รอคดีฟ้องหย่าถึงที่สุดเสียก่อนไม่ได้ กรณีไม่เข้าเหตุที่ศาลจะงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๒, ๒๙๓, ๒๙๔ หรือมาตรา ๒๙๖ ประการใด และตามพฤติการณ์ในคดีก็ไม่มีเหตุผลสมควรที่ศาลจะงดการบังคับคดี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1409/2513 นางพุฒ ธรรมะ โจทก์ นายเหลือ ธรรมะ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพุฒ ธรรมะ · ล. - นายเหลือ ธรรมะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย ทองลงยา · จินตา บุณยอาคม · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายสนั่น เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายประมวล สุวรรณจินดา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2573/2552ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 6968/2537ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2422/2545ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 39/2524ฎีกา 241/2499ฎีกา 72/2505ฎีกา 5015/2541ฎีกา 1690/2538ฎีกา 2709/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา