⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1446/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1446/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งต่อผลแต่ไม่เกิดผลเพราะผู้ถูกกระทำหลบเลี่ยงไปโดยบังเอิญ ไม่ถือเป็นความผิดต่อเมื่อกระทำไปโดยเจตนา แต่ยังไม่ตลอดการกระทำความผิด หากผลนั้นยังสามารถเกิดขึ้นได้โดยสภาพการณ์ปกติ

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายรู้ตัวล่วงหน้าว่าจำเลยจะมายิงจึงย้ายจากห้องที่เคยนอนไปนอนที่ระเบียง จำเลยใช้ปืนแก๊ปยิงไปตรงที่ที่ผู้เสียหายเคยนอน กระสุนปืนจึงไม่ถูกผู้เสียหาย เช่นนี้ถือว่า ผู้เสียหายรู้ตัวและหลบไปโดยบังเอิญ อีกประการหนึ่งเมื่อผู้เสียหายยังคงอยู่ในเรือน กระสุนปืนก็อาจถูกผู้เสียหายได้ การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เป็นเรื่องที่ไม่สามารถบรรลุผลได้โดยแน่แท้ เพราะเหตุแห่งวัตถุที่มุ่งหมายกระทำต่อ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81 แต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 29/2513)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.81 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแต่ไม่ถูก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้เสียหายรู้ตัวล่วงหน้าว่าจำเลยจะมายิง จึงย้ายจากที่ที่เคยนอนไปนอนที่อื่น จำเลยจึงยิงไม่ถูก การกระทำของจำเลยไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๑ จำคุกจำเลย ๗ ปี ๖ เดือน จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่าการที่จำเลยยิงผู้เสียหายไม่ถูกเพราะผู้เสียหายรู้ตัวล่วงหน้าจึงย้ายจากห้องที่เคยนอนไปนอนที่ระเบียง ดังนี้ การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการไม่สามารถบรรลุผลโดยเด็ดขาดเพราะเหตุแห่งวัตถุที่มุ่งหมายกระทำต่อ การที่ผู้เสียหายหลบไปอยู่ที่อื่นนั้นเป็นเหตุบังเอิญ อีกประการหนึ่งผู้เสียหายก็คงอยู่บนเรือน จำเลยอาจยิงถูกผู้เสียหายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายามกระทำความผิดตามมาตรา ๘๐ มิใช่ตามมาตรา ๘๑ ประมวลกฎหมายอาญา พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ให้จำคุกจำเลย ๑๐ ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงเหลือโทษจำคุก ๕ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1446/2513 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายทอ คำสงค์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · ล. - นายทอ คำสงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี โรจนธรรม · ยง เหลืองรังษี · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายวินัย กันนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ จามรมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529ฎีกา 4952/2536ฎีกา 8366/2542ฎีกา 6421/2544ฎีกา 5215/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา