คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1447/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งให้ผู้ถูกกระทำกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต เพื่อให้ผู้ถูกกระทำยอมทำหรือไม่ยอมทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ถือเป็นความผิดฐานพยายามกระทำผิดต่อเสรีภาพ แม้จะไม่ได้ประโยชน์ในทางทรัพย์สินก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับโจทก์ร่วมเข้าหุ้นทำการก่อสร้างโรงเรียนร่วมกัน จำเลยพาพวกซึ่งมีอาวุธปืนติดตัวไปขู่เข็ญให้โจทก์ร่วมคิดบัญชีการเงินเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงเรียน โจทก์ร่วมไม่ยอมคิดบัญชีประกอบกับขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามา จำเลยกับพวกจึงบังคับให้โจทก์ร่วมคิดบัญชีไม่สำเร็จ เช่นนี้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานพยายามกรรโชก เพราะจำเลยไม่มีทางได้ประโยชน์ในทางทรัพย์โดยมิชอบแต่อย่างใด แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามกระทำผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรค 2 ประกอบมาตรา 80, 83 เพราะจำเลยมีเจตนาที่จะทำให้โจทก์ร่วมกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตจนยอมคิดบัญชีให้ และจำเลยได้กระทำไปโดยตลอดแล้วเพื่อให้โจทก์ร่วมกลัวและปฏิบัติตามความประสงค์ของจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๓ คน ซึ่งแต่งกายเป็นทหารมีปืนเป็นอาวุธ เข้ามาในร้านค้าของผู้เสียหายแล้วบังคับให้ผู้เสียหายคิดบัญชีการก่อสร้างโรงเรียนวัดดอนยอให้เสร็จในวันนั้น เพื่อจำเลยจะได้รับส่วนแบ่งอันเป็นประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน จำเลยกับพวกขู่เข็นจะทำอันตรายต่อชีวิต และใช้ปืนขู่จะยิงผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่กลัว และจำเลยเห็นเจ้าพนักงานตำรวจเข้าไปในร้าน การกระทำของจำเลยจึงไม่บรรลุผล ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓, ๓๐๙, ๓๓๗, ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕
จำเลยให้การปฏิเสธ
นายสมบุญ เกตุแก้ว ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยมีเหตุผลสมควร และไม่มีเจตนาทุจริต พิพากษายกฟ้อง
โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกหรือฐานกรรโชก แต่เป็นความผิดฐานพยายามกระทำผิดต่อเสรีภาพ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐, ๘๓ จำคุก ๘ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามมาตรา ๕๖ มีกำหนด ๑ ปี นอกจากนี้แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยขู่เข็นให้ผู้เสียหายคิดบัญชี ซึ่งผู้เสียหายกับจำเลยเป็นหุ้นส่วนกัน ไม่มีทางที่จะเห็นได้ว่าจำเลยจะได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินแต่อย่างใด หากจะได้ก็เพียงแต่สิทธิในฐานที่เป็นหุ้นส่วนกันเท่านั้น และการคิดบัญชีกันนั้นอาจเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องขาดประโยชน์หรือทรัพย์สินก็ได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพยายามกรรโชก
ส่วนความผิดต่อเสรีภาพนั้น จำเลยกับพวกมีอาวุธปืนเข้าไปในร้านขายยาของผู้เสียหายจะข่มขู่ให้ผู้เสียหายคิดบัญชีกาเรงินโดยขู่ว่าถ้าไม่คิดจะเกิดเรื่อง แสดงว่าจำเลยมีเจตนาที่จะทำให้ผู้เสียหายกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตจนยอมคิดบัญชีให้ จำเลยได้กระทำไปโดยตลอดแล้วเพื่อให้ผู้เสียหายกลัว และกระทำตามความประสงค์ของจำเลย เมื่อการกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล จะด้วยเหตุเพราะผู้เสียหายไม่กลัว หรือเพราะเจ้าพนักงานตำรวจเข้ามาขัดขวางหรือด้วยเหตุใดก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานพยายามกระทำผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ วรรค ๒ ประกอบมาตรา ๘๐, ๘๓ แล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1447/2513
พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์
นายสมบุญ เกตุแก้ว โจทก์ร่วม
นายสมคิด ลาภคล้อยมา ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · โจทก์ร่วม - นายสมบุญ เกตุแก้ว · ล. - นายสมคิด ลาภคล้อยมา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถาวร หุตะโกวิท · ชลอ บุปผเวส · จรัญ อิศระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายบดินทร์ ลุประสงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุขุม จันทวัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา