⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 222/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยแสดงเจตนาเข้าร่วมในการทะเลาะวิวาทและท้าทาย ย่อมทำให้การกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังไม่อาจอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้ และหากการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำเลยย่อมต้องรับผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายและพี่สาวจำเลยด่าท้าทายและจะทำร้ายกัน จำเลยซึ่งเห็นเหตุการณ์ตลอด ได้ถือปืนบรรจุกระสุนพร้อมไปยืนคุมเชิงห่างผู้เสียหายเพียง 3 วา พฤติการณ์ของจำเลยเช่นนี้เป็นการแสดงเจตนาให้เห็นว่าจำเลยเข้าร่วมเป็นฝ่ายกับพี่สาวจำเลยในการทะเลาะวิวาทกับผู้เสียหายและเป็นเชิงท้าทาย เมื่อผู้เสียหายชักเหล็กแหลมยาว 1 คืบ เดินเข้าไปห่างจำเลย 2 วา จำเลยก็เอาปืนยิงผู้เสียหายทันที ดังนี้ จำเลยจะอ้างว่ากระทำไปเพื่อป้องกันตัวหาได้ไม่ เมื่อกระสุนที่จำเลยยิงพลาดไปถูกผู้อื่นถึงแก่ความตายด้วย จำเลยก็ต้องมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายเฉลียว เล็กกำพุช ผู้เสียหายกับจำเลยได้โต้เถียงท้าทายซึ่งกันและกันแล้วนายเฉลียวได้ชักอาวุธวิ่งเข้าหาจำเลย จำเลยจึงใช้ปืนลูกซองยาวยิงนายเฉลียวบาดเจ็บสาหัสและกระสุนได้บาดไปถูกเด็กชายประสิทธิ์หรือเต๋า ท่าพริก ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๘๐,๙๐,๙๑,๖๐ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ไม่มีความผิด และที่กระสุนปืนพลาดไปถูกเด็กชายประสิทธิ์หรือเต๋า ท่าพริก ถึงแก่ความตายด้วยนั้น จำเลยก็ไม่มีความผิดเช่นกัน พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ บทหนึ่ง และมาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ อีกบทหนึ่ง จำคุกจำเลย ๒๐ ปี จำเลยอายุ ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๕ จำคุก ๑๐ ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษอีกกึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๕ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายเฉลียวผู้เสียหายกับนางสำราญพี่สาวจำเลยด่าท้าทายและจะทำร้ายกัน จำเลยรู้เห็นเหตุการณ์นั้นโดยตลอด จึงถือปืนลูกซองยาวบรรจุกระสุนพร้อมของนายไวไปยืนคุมเชิงห่างนายเฉลียวเพียง ๓ วา พฤติการณ์ของจำเลยเป็นเชิงท้าทายและเป็นการแสดงเจตนาให้เห็นว่า จำเลยเข้าร่วมเป็นฝ่ายนางสำราญพี่สาวจำเลยในการทะเลาะวิวาทและเตรียมตัวจะต่อสู้กับนายเฉลียวอย่างเต็มที่ เมื่อนายเฉลียวท้าให้จำเลยยิงและซักเหล็กแหลมยาว ๑ คืบ เดินเข้าไปห่างจำเลยประมาณ ๒ วา จำเลยก็เอาปืนลูกซองยาวที่เตรียมมายิงนายเฉลียวทันที ดังนี้ จำเลยจะอ้างว่ากระทำไปเพื่อป้องกันตัวหาได้ไม่ ส่วนกระสุนปืนที่จำเลยยิงพลาดไปถูกเด็กชายประสิทธิ์หรือเต๋าถึงแก่ความตายด้วยนั้น เมื่อการกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยก็ต้องมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2513 พนักงานอัยการจังหวัดตราด โจทก์ นายกิมห่อง บางชะลา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตราด · จำเลย - นายกิมห่อง บางชะลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฉัตร รัตนทัศนีย์ · ศริ มลิลา · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตราด - นายวิบูลย์ สิริตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 582/2468ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 690/2467ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 64/2464ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา