คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนที่ยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย สามารถขอรับอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในกำหนดเวลาโดยไม่ต้องรับโทษตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 แต่บทบัญญัตินี้ไม่ครอบคลุมถึงอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว.
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 5, 6ซึ่งบัญญัติให้ผู้มีอาวุธปืนบางชนิดซึ่งยังมิได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายหรือยังมิได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่อาจอนุญาตได้ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนฯ มาขอรับอนุญาตเพื่อปฏิบัติการให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในกำหนดเวลา โดยไม่ต้องรับโทษนั้น หมายความถึงอาวุธปืนที่ยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นมิได้หมายความรวมถึงอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ แล้ว ฉะนั้น เมื่อได้ความว่าจำเลยมีอาวุธปืนที่มีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาตก็ไม่มีเหตุจะอ้างว่า จำเลยไม่ต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้
(เทียบฎีกาประชุมใหญ่ที่ 295/2513)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 ม.5 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 ม.6 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.5 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.6
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง จำเลยรับสารภาพ ฟังได้ว่าจำเลยมีอาวุธปืนลูกซองเดี่ยวและอาวุธปืนแก๊ปประจุปาก จำนวน ๒ กระบอก ซึ่งได้จดทะเบียนและมีเลขหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ อันเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่นไว้ในครอบครองของจำเลยโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐มาตรา ๕ วรรค ๑ บัญญัติว่า "ผู้ใดมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดไม่ว่าชนิดหรือขนาดใดที่ทำจากภายนอกราชอาณาจักรโดยโรงงานที่ได้รับอนุญาต หรือปืนแก๊ปที่มีคุณภาพใช้ได้โดยปลอดภัย ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย ถ้าได้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด หรือปืนแก๊ปดังกล่าวแล้ว มาขอรับอนุญาตเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนฯ ต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนด ๙๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ" จึงต้องถือว่าในระหว่างนั้นกฎหมายยกเว้นโทษแก่ผู้มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะตามบทบัญญัติข้างต้นมิได้จำกัดแต่เฉพาะอาวุธปืนที่ไม่ได้จดทะเบียนไว้เท่านั้น และการที่จำเลยมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มี ก็เท่ากับมีปืนไว้โดยยังไม่ได้รับอนุญาตนั้นเอง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐มาตรา ๕ วรรค ๑ และมาตรา ๖ บัญญัติยกเว้นโทษให้แก่ผู้มีอาวุธปืนฯซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายและยกเว้นโทษให้ผู้มีอาวุธปืนซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่อาจอนุญาตได้ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนฯ ถ้านำปืนมาขอรับอนุญาตหรือนำมามอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนด มิได้จำกัดแต่เฉพาะบุคคลมีอาวุธปืนที่ไม่ได้จดทะเบียนเท่านั้น จำเลยในคดีนี้มีอาวุธปืนที่จดทะเบียนแล้วไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและถูกฟ้องระหว่างกำหนด ๙๐ วันตามที่กฎหมายเปิดโอกาสให้นำอาวุธปืนมาขอรับอนุญาตหรือนำปืนมามอบให้นายทะเบียนท้องที่ จำเลยย่อมได้รับการยกเว้นไม่ต้องรับโทษด้วยพิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐มาตรา ๕ ซึ่งบัญญัติให้ผู้มีอาวุธปืนบางชนิดซึ่งยังมิได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย ถ้ามาขอรับอนุญาตเพื่อปฏิบัติการให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนฯ ต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษนั้น หมายความถึงอาวุธปืนที่ยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบเท่านั้น มิได้หมายความรวมถึงอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว
ส่วนมาตรา ๖ บัญญัติให้ผู้มีอาวุธปืนฯ ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่อาจอนุญาตได้ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนฯ ถ้าได้นำอาวุธปืนฯ มามอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษนั้น หมายความถึงอาวุธปืนที่ยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย และต้องเป็นปืนที่ไม่อาจอนุญาตได้ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนฯ มิได้หมายความถึงอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้วเช่นเดียวกัน ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่าจำเลยมีอาวุธปืน ๒ กระบอก เป็นปืนที่มีทะเบียนของบุคคลอื่นไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยจึงจะนำอาวุธปืนดังกล่าวไปขอรับอนุญาตหรือนำไปมอบนายทะเบียนท้องที่ไม่ได้ และไม่มีเหตุที่จะอ้างว่าจำเลยจะไม่ต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๕, ๖ ดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐มาตรา ๓ ให้จำคุกจำเลย ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๓ เดือนส่วนที่ขอให้นับโทษจำเลยต่อกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๘๑๖/๒๕๑๐ของศาลจังหวัดชุมพรนั้น ไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวศาลได้พิพากษาแล้วหรือยังจึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ ให้ยกคำขอนี้เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2513
พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร โจทก์
นายวารินทร์ เพชรพิรุณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · จำเลย - นายวารินทร์ เพชรพิรุณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ฉัตร รัตนทัศนีย์ · ศริ มลิลา · สว่าง ภูวะปัจฉิม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายพัลลภ อัจฉะกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญชัย สยามเนตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา