คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาถูกต้องตามบทกฎหมายที่มีอยู่ในเวลาพิพากษาคดีแล้ว แม้ต่อมาจำเลยจะมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ภายหลัง ก็ไม่ทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้นเสียไป
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีอาวุธปืนซึ่งไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แต่เห็นว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 6 บัญญัติว่าถ้าผู้มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่อาจขออนุญาตได้ตามกฎหมาย นำปืนมามอบให้แก่นายทะเบียนท้องที่ภายใน 90 วัน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษ ต่อมาโจทก์จะฎีกาว่าในขณะที่ศาลฎีกากำลังพิจารณาคดีนี้อยู่ ได้เลยกำหนดให้นำอาวุธปืนไปขึ้นทะเบียนเพื่อขออนุญาตแล้ว และจำเลยก็มิได้นำไปขึ้นทะเบียนภายในกำหนด จึงต้องมีความผิดฐานนี้อยู่ดังนี้ ฟังไม่ขึ้นเพราะเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาถูกต้องตามบทกฎหมายที่มีอยู่ในเวลาพิพากษาคดีแล้ว แม้จำเลยจะมิได้นำปืนไปขอรับใบอนุญาตภายใน 90 วัน ก็ไม่ทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียไปศาลฎีกาไม่มีเหตุที่จะต้องแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 ม.6 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.6
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับไว้ ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงบุคคลอื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓ และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และจำเลยที่ ๑ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘จำเลยที่ ๒ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ตลอดชีวิต จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑๐ ปี ลดรับสารภาพหนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ ๑ กำหนด ๑๖ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ กำหนด ๖ ปี ๘ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐มาตรา ๖ บัญญัติให้ผู้มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่อาจขออนุญาตได้ตามกฎหมายนำปืนไปมอบให้แก่นายทะเบียนท้องที่ภายใน ๙๐ วัน ผู้นั้นไม่ต้องได้รับโทษ เมื่อมีพระราชดังกล่าวในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยจึงไม่ต้องได้รับโทษ ส่วนข้อหาที่ว่าจำเลยฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นนั้นเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ยังมีข้อที่น่าสงสัย ควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่จำเลย จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในข้อหาที่ว่าจำเลยฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นนั้นพยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดดังฟ้อง
ส่วนข้อหาที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยอ้างว่าในขณะที่ศาลฎีกากำลังพิจารณาคดีนี้อยู่ ได้เลยกำหนดเวลา ๙๐ วันตามที่กฎหมายได้กำหนดให้ผู้มีอาวุธปืนนำไปขึ้นทะเบียนเพื่อขออนุญาตแล้ว และจำเลยมิได้นำอาวุธปืนดังกล่าวไปขึ้นทะเบียนภายในกำหนดจำเลยจึงต้องมีความผิดในข้อหาฐานนี้อยู่นั้น ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองได้รับการยกเว้นโทษตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนั้นชอบแล้วดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๘๙/ ๒๕๐๓ (ซึ่งวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่)ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดตาก โจทก์ นายไม้ คำโต กับพวก จำเลยเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาถูกต้องด้วยตัวบทกฎหมายที่มีอยู่ในเวลาพิพากษาคดีแล้ว แม้จำเลยจะมิได้นำปืนไปขอรับใบอนุญาตภายใน ๙๐ วัน ก็หาทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้นเสียไปไม่ ศาลฎีกาจึงไม่มีอะไรที่จะแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งถูกต้องนั้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2515
อัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์
นายพันธ์ ศรีจำปา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายพันธ์ ศรีจำปา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิม กรพุกกะณะ · วินัย ทองลงยา · สัญชัย สัจจวานิช |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายบรรจบ อุปพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา