⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 182/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 182/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จะใช้อาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนในชื่อตนเอง ก็ไม่เป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมถือไม้เป็นอาวุธไปที่บ้านจำเลยพร้อมกับ ส. และร้องท้าทายจำเลยออกมาตีกัน โจทก์ร่วมเดินเข้าหาจำเลย จำเลยตกใจเกรงว่าโจทก์ร่วมจะเข้ามาทำร้ายจึงวิ่งไปเอาอาวุธปืนสั้นของสามีที่เก็บไว้ที่หัวนอนแล้วยิงไปที่ขาโจทก์ร่วม 3 นัด โดยเจตนาทำร้ายโจทก์ร่วม เมื่อยิงถูกขาโจทก์ร่วม 1 นัดจำเลยก็ไม่ยิงต่อไป การยิงของจำเลยดังกล่าวเพียงเพื่อยับยั้งมิให้โจทก์ร่วมเข้ามาทำร้ายจำเลยในบ้านเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยหยิบอาวุธปืนของสามีจำเลยซึ่งสามีจำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้จากนายทะเบียนแล้ว มาใช้ป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ไม่ถือว่าจำเลยมีเจตนาครอบครองอาวุธปืนดังกล่าว จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 6ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และริบของกลาง จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยไม่มีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วมแต่มีเจตนาเพียงทำร้ายโจทก์ร่วม จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และ สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 6 วางโทษจำคุก6 เดือน และมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมบาดเจ็บตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 วางโทษจำคุก 1 ปี รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ในการพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 781 ใน 3 คงจำคุก 1 ปี ริบของกลาง โจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมเฉพาะในปัญหาที่ว่า การที่จำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมนั้นเป็นการป้องกันโดยด้วยกฎหมายหรือไม่ และข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง จำเลยใช้อาวุธปืนยิงถูกต้นขาซ้ายโจทก์ร่วมเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กาย ปัญหาในชั้นฎีกามีว่า จำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมาหรือไม่ เห็นว่าที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยยิงโจทก์ร่วมทางด้านหลังนั้นก็ปรากฏจากผลการตรวจชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องว่า โจทก์ร่วมมีบาดแผลที่ต้นขาซ้ายด้านนอกทะลุต้นขาซ้ายด้านหลัง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าจำเลยยิงจากทางด้านหน้า มิได้ยิงจากด้านหลัง แม้โจทก์ร่วมจะเบิกความว่าจำเลยยิงปืนจากด้านหลังเมื่อโจทก์ร่วมเดินหันหลังกลับแล้วก็ไม่มีเหตุผลให้น่าเชื่อถือ เพราะตามคำเบิกความของนายสุชาติสุนทรโชติพยานโจทก์นั้นได้ความว่า พยานอยู่กับโจทก์ร่วมขณะเกิดเหตุเมื่อโจทก์ร่วมพูดกับจำเลยว่ามึงด่ากูหรือ ทันใดนั้นพยานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด ตามคำเบิกความของพยานปากนี้เห็นได้ว่าจำเลยยิงจากทางด้านหน้าเพราะเมื่อโจทก์ร่วมพูดกับจำเลยดังกล่าวนั้น โจทก์ร่วมย่อมจะต้องหันหน้าพูดกับจำเลย เมื่อจำเลยยิงทันทีจำเลยจะยิงจากทางด้านหลังได้อย่างไร นอกจากนี้นายสุชาติก็เบิกความยอมรับว่า ขณะจำเลยยิงโจทก์ร่วมนั้นจำเลยอยู่ห่างโจทก์ร่วมประมาณ 3 เมตร ตรงกับคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.3 ตามเอกสารฉบับนี้แม้จะระบุว่าจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น แต่จำเลยก็ให้การว่าโจทก์ร่วมถือไม้มาที่หน้าบ้านของจำเลยกับนายสุชาติแล้วโจทก์ร่วมร้องท้าให้จำเลยออกมาตีกัน โจทก์ร่วมเข้ามาใกล้กับบ้านจำเลยมาก จำเลยตกใจเกรงว่าโจทก์ร่วมจะเข้ามาทำร้าย จึงใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม ตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยดังกล่าวนั้นจำเลยให้การไว้ในวันเกิดเหตุนั้นเอง จึงมีน้ำหนักให้น่าเชื่อถือโจทก์ร่วมเองก็ยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุประมาณ 5-6 ปี เคยถูกจำเลยใช้ค้อนตีศีรษะ และนายสุชาติก็รับว่าก่อนเกิดเหตุ 1 วัน จำเลยร้องด่าโจทก์ร่วมว่าดื่มสุราส่งเสียงเอะอะเจือสมกับพยานจำเลยตามพฤติการณ์แห่งคดีน่าเชื่อว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ร่วมถือไม้เป็นอาวุธไปที่หน้าบ้านจำเลยพร้อมกับนายสุชาติ และร้องท้าทายจำเลยออกมาตีกัน โจทก์ร่วมเดินเข้าหาจำเลย จำเลยตกใจเกรงว่าโจทก์ร่วมจะเข้ามาทำร้าย จึงวิ่งไปเอาอาวุธปืนสั้นของสามีที่เก็บไว้ที่หัวนอนแล้วยิงไปที่ขาโจทก์ร่วม 3 นัด โดยเจตนาทำร้ายโจทก์ร่วมเมื่อถูกขาโจทก์ร่วม 1 นัด จำเลยก็ไม่ยิงต่อไป ชี้ให้เห็นว่าจำเลยยิงโจทก์ร่วมเพียงเพื่อยับยั้งมิให้โจทก์ร่วมเข้ามาทำร้ายจำเลยในบ้านเท่านั้น ซึ่งตามภาพถ่ายหมาย จ.5 แผ่นที่ 2 เห็นได้ว่า โจทก์ร่วมซึ่งอยู่หน้าบ้านสามารถก้าวเข้าไปทำร้ายจำเลยในบ้านได้โดยง่ายจำเลยเป็นหญิง โจทก์ร่วมมีไม้เป็นอาวุธและมากับนายสุชาติ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ทั้งเป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 สำหรับฎีกาโจทก์ข้อหาฐานมีอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เมื่อปรากฏว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของนายฉ่ำสามีจำเลยซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้จากนายทะเบียนท้องที่ จำเลยหยิบอาวุธปืนดังกล่าวมาใช้ป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้ไม่ถือว่าจำเลยมีเจตนาครอบครองอาวุธปืนดังกล่าว จำเลยจึงหามีความผิดฐานนี้ไม่ ฎีกาโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 182/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย เฉลา จันท มี โจทก์ นาง สุริยงค์ พาน เที่ยง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย เฉลา จันท มี · จำเลย - นาง สุริยงค์ พาน เที่ยง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 5305/2539ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1875/2547ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ