⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4155/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4155/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองอาวุธปืนที่แท้จริงยังคงเป็นเจ้าของ แม้บุคคลอื่นจะนำอาวุธปืนไปใช้โดยเจ้าของรับรู้และอยู่ในเหตุการณ์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

อาวุธปืนของกลางที่จำเลยที่ 1 ใช้ยิงโจทก์ร่วม เป็นอาวุธปืนมีหมายเลขทะเบียนเป็นของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 1จำเลยทั้งสองพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน สถานที่เกิดเหตุก็อยู่ในบริเวณหน้าบ้านของจำเลยที่ 1 อีกทั้งขณะที่จำเลยที่ 1 นำอาวุธปืนออกจากบ้านมาที่เกิดเหตุนั้น จำเลยที่ 2 ก็ออกมาด้วยและอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยกัน เหตุการณ์เกิดขึ้นไม่นานนัก หลังเกิดเหตุจำเลยทั้งสองก็เข้าบ้านด้วยกันพฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ยึดถืออาวุธปืนไว้แทนจำเลยที่ 2 เท่านั้น มิได้มีเจตนายึดถือเพื่อตน ความครอบครองในอาวุธปืนของกลางยังคงอยู่ที่จำเลยที่ 2 หาได้เปลี่ยนมาอยู่ที่จำเลยที่ 1 ไม่ จำเลยที่ 1 จึงมิใช่ผู้มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.4 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83, 80, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,72, 72 ทวิ และริบของกลาง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายสมบูรณ์ วงศ์จรัสกุล ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 371 ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 2 ปี ข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุกคนละ 2 ปี เฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นนักเรียนและอายุยังน้อยทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิดมาก่อนจึงสมควรรอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิวรรคสอง จำคุก 6 เดือน จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 297(8) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษตามมาตรา 297 (8) อันเป็นบทหนักตามมาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 คนละ 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 อายุ 16 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน เฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นนักเรียนและอายุยังน้อย ทั้งไม่เคยปรากฏว่าเคยกระทำความผิดมาก่อนสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีของชาติต่อไป จึงให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ริบของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์เพียงข้อเดียวว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ในปัญหานี้ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาโดยโจทก์มิได้ฎีกาโต้แย้งฟังได้เป็นยุติว่า อาวุธปืนที่จำเลยที่ 1 ใช้ยิงโจทก์ร่วมในคืนเกิดเหตุนั้นเป็นอาวุธปืนมีหมายเลขทะเบียนที่จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้มีและใช้จากนายทะเบียนตามกฎหมายแล้วและจำเลยที่ 2 เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ทั้งปรากฏว่าสถานที่เกิดเหตุก็อยู่ที่บริเวณหน้าบ้านของจำเลยที่ 1 เอง ขณะที่จำเลยที่ 1 นำอาวุธปืนออกมาจากบ้านมาถึงที่เกิดเหตุนั้น จำเลยที่ 2 ก็ออกมาด้วย และอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยกัน และเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นไม่นานนัก หลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1ที่ 2 ก็เข้าบ้านด้วยกัน ตามพฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองอาวุธปืนของกลางตลอดมา แม้จำเลยที่ 1 จะถืออาวุธปืนออกจากบ้านไปยิงโจทก์ร่วมที่หน้าบ้านจำเลยที่ 1 ก็ตาม แต่ก็เป็นการยึดถือไว้แทนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนายึดถือเพื่อตนความครอบครองในอาวุธปืนของกลางยังคงอยู่ที่จำเลยที่ 2 หาเปลี่ยนมาอยู่ที่จำเลยที่ 1 ไม่ จำเลยที่ 1 จึงมิใช่เป็นผู้มีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4155/2535 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย สมบูรณ์ วงศ์ จรั สกุล โจทก์ นาย สุข ไทย แซ่อึ้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย สมบูรณ์ วงศ์ จรั สกุล · จำเลย - นาย สุข ไทย แซ่อึ้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1101/2519ฎีกา 958/2493ฎีกา 6592/2537ฎีกา 7725/2540ฎีกา 8551/2550ฎีกา 2971/2543ฎีกา 959/2531ฎีกา 1188/2493ฎีกา 1837/2531ฎีกา 1284/2497ฎีกา 485/2486ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 527/2536ฎีกา 3089/2537ฎีกา 9114/2552ฎีกา 729/2508ฎีกา 1153/2501ฎีกา 1405/2515ฎีกา 180/2554ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1070/2499ฎีกา 2113-2114/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา