คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1852/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีกฎหมายใหม่ที่ยกเว้นโทษให้แก่ผู้กระทำความผิดในเรื่องที่ถูกฟ้องและศาลลงโทษไปก่อนแล้ว ศาลจะพิพากษาคืนของกลางให้เจ้าของไปได้ แม้จะอ่านคำพิพากษาภายหลังระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
สำหรับปืน ปลอกกระสุนปืนและเม็ดตะกั่วของกลางนั้น เมื่อข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นของที่จำเลยใช้กระทำผิดแม้จะเป็นปืนที่ไม่มีทะเบียน และในขณะฟ้องตลอดจนเมื่อศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษ จะเป็นทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดให้ริบเสียสิ้น ไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดและมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 แต่เมื่อคดีมาสู่ศาลอุทธรณ์และอยู่ระหว่างพิจารณา ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 มาตรา 5 ยอมให้ผู้มีอาวุธปืน กระสุนปืนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตนำไปขอรับอนุญาตได้ภายใน 90 วัน โดยผู้นั้นไม่ต้องได้รับโทษ ต้องถือว่าในระหว่างนั้น กฎหมายยกเว้นโทษให้แก่ผู้มีอาวุธปืน กระสุนปืนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้เป็นเรื่องที่ถูกฟ้องและศาลลงโทษไปก่อนใช้พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ดังกล่าวแล้วก็ตามศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะพิพากษาคืนของกลางให้เจ้าของไปได้ และแม้จะได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภายหลังระยะเวลา 90 วันตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็หาทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียไปไม่
อนึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์อ้างบทมาตราของพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ข้างต้นผิดแต่ก็ไม่เป็นเหตุให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.5 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.6 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 ม.5 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 ม.6 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2510 ม.72 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า แต่การกระทำไม่บรรลุผลผู้เสียหายเพียงได้รับอันตรายแก่กายสาหัสทุพพลภาพป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า ๒๐ วัน และประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า ๒๐ วัน
และจำเลยบังอาจมีอาวุธปืนลูกซองสั้นชนิดทำเองไม่มีเครื่องหมายทะเบียน ๑ กระบอก กระสุนปืนลูกซองเบอร์ ๑๒ จำนวน ๑ นัด โดยไม่ได้รับอนุญาต ฯ
ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ กับให้ริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา
นายพ่วง รักษายศ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยได้มีอาวุธปืนลูกซองสั้นไม่มีทะเบียนพร้อมกระสุน ๑ นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ใช้อาวุธปืนนี้ยิงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าจริงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องแต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นบทหนักประกอบมาตรา ๘๐ ให้จำคุกมีกำหนด ๑๐ ปี ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์ ครอบคลุมถึงทั้งสองข้อหา
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังเป็นที่สงสัย ควรยกประโยชน์แห่งข้อสงสัยให้เป็นคุณแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
อนึ่งในเรื่องปืน ปลอกกระสุนปืนและเม็ดตะกั่วของกลางนั้นวินิจฉัยว่ายังฟังไม่ได้ว่าเป็นของที่จำเลยใช้กระทำผิด แม้จะเป็นปืนไม่มีทะเบียน พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๖บัญญัติผ่อนผันไม่ต้องรับโทษ จึงให้คืนเจ้าของไป
โจทก์ฎีกาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังเป็นที่สงสัย ควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่จำเลย
สำหรับปืน ปลอกกระสุนปืนและเม็ดตะกั่วของกลางนั้น ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นของที่จำเลยใช้กระทำผิด แม้จะเป็นปืนที่ไม่มีทะเบียน และในขณะฟ้องตลอดจนเมื่อศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษ จะเป็นทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดและมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ แต่เมื่อคดีมาสู่ศาลอุทธรณ์และอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๕ ยอมให้ผู้มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ฯ ไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต นำไปขอรับอนุญาตได้ภายใน ๙๐ วัน โดยผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ ความในมาตรานี้จึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดจะต้องรับโทษนำอาวุธปืนมาจดทะเบียนเสียภายในกำหนดเวลากฎหมายก็ยกเว้นโทษให้จึงต้องถือว่าในระหว่างนั้นกฎหมายยกเว้นโทษแก่ผู้มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้เป็นเรื่องที่ถูกฟ้องและศาลลงโทษไปก่อนใช้พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ดังกล่าวก็ตาม ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะพิพากษาคืนของกลางให้เจ้าของได้ และแม้จะได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภายหลังระยะเวลา ๙๐ วันตามที่กฎหมายอนุญาตไว้นั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ก็หาทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียไปไม่ ศาลฎีกาจึงพิจารณาแต่เพียงว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถูกต้องหรือไม่ประการใด โดยเฉพาะคดีนี้ศาลอุทธรณ์อ้างมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งเป็นบทบัญญัติสำหรับผู้มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ฯไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่อาจอนุญาตได้ตามกฎหมาย แต่อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางในคดีนี้เป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่อาจอนุญาตได้ตามกฎหมาย กรณีจึงต้องด้วยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ดังกล่าวแล้ว ศาลอุทธรณ์อ้างบทผิด แต่ก็ไม่เป็นเหตุให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงประการใด เพราะแม้จะเป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฯ ที่ไม่ได้รับอนุญาตและไม่อาจอนุญาตได้ตามกฎหมาย ถ้าได้นำมามอบให้นายทะเบียนภายใน ๙๐ วัน ผู้นั้นก็จะไม่ต้องรับโทษเช่นเดียวกันฉะนั้น ผลแห่งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ไม่ริบของกลาง คือให้คืนเจ้าของไป จึงเป็นการถูกต้องด้วยตัวบทกฎหมายที่มีอยู่ในเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีแล้ว ศาลฎีกาไม่มีอะไรจะแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๘๙/๒๕๐๓ คดีระหว่างพนักงานอัยการ จังหวัดตาก โจทก์ นายไม้ คำโต ที่ ๑ นายบาง พานะสุขที่ ๒ จำเลย
พิพากษายืน แต่ไม่ริบปืนของกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1852/2511
พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์
นายพ่วง รักษายศ โจทก์ร่วม
นายสมพร อุปลา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · โจทก์ร่วม - นายพ่วง รักษายศ · จำเลย - นายสมพร อุปลา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · ชลัม รุทระวณิช · แสวง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายดุสิต วราโห · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ ปันยารชุน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา