⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 979/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2513

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับรถยนต์โดยห้ามล้อมือและเท้าชำรุดใช้การไม่ได้อยู่แล้วขณะขับมาตามถนนเกิดเหตุซึ่งเป็นถนนจราจรทางเดียว รถยนต์ข้างหน้ารถจำเลยชลอหยุดรถเพราะรถคันข้างหน้าอีกคันหนึ่งเลี้ยวเข้าซอยด้านซ้ายมือ จำเลยจึงไม่สามารถหยุดรถทันท่วงทีเพราะความชำรุดใช้การไม่ได้ของห้ามล้อรถ และต้องหลบเฉี่ยวชนด้านท้ายรถข้างหน้าไปชนรถสามล้อบรรทุกซึ่งผู้ตายกำลังจูงอยู่ทางด้านขวามือ เป็นเหตุให้รถสามล้อพลิกตะแคงและครูดทับผู้ตาย ซึ่งถ้าห้ามล้อรถใช้การได้จำเลยก็ควรหยุดรถได้ทันเช่นเดียวกับรถคันข้างหน้า เช่นนี้ ต้องถือว่าจำเลยขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.291

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงตาย และฝ่าฝืนกฎหมายจราจรทางบก โดยตามวันเวลาเกิดเหตุดังระบุในฟ้อง จำเลยได้ขับรถยนต์บรรทุกซึ่งห้ามล้อมือและห้ามล้อเท้าใช้การไม่ได้ มาตามถนนทรงวาดซึ่งเป็นถนนจราจรทางเดียว ขณะกำลังตามหลังรถยนต์เก๋งข้างหน้ามาถึงที่เกิดเหตุ รถยนต์เก๋งคันข้างหน้าชะลอหยุดเพื่อให้รถคันอื่นแล่นเข้าซอยด้านซ้ายมือโดยความประมาทปราศจากความระมัดระวังของจำเลยที่นำรถซึ่งมีอุปกรณ์ใช้การไม่ได้ดังกล่าวมาใช้ในถนนสาธารณะ และไม่ดูความปลอดภัยข้างหน้ารถเสียก่อน จึงเป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกที่จำเลยขับมาเฉี่ยวชนท้ายรถยนต์เก๋งข้างหน้า แล้วจำเลยได้หลบรถไปทางด้านขวาเป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับชนรถสามล้อบรรทุกพลิกคว่ำทับนายชอเฮียงซึ่งกำลังจูงรถสามล้อคันดังกล่าวอยู่ ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙, ๖๖(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓ กฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ข้อ ๑๒(๑) ข.และให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าเครื่องห้ามล้อรถของจำเลยอยู่ในสภาพใช้การได้แต่ได้เกิดชำรุดใช้การไม่ได้ขณะเกิดเหตุ การชนจึงเป็นเหตุสุดวิสัย และการที่จำเลยหักรถหลบไปด้านขวาก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผู้ขับรถยนต์โดยทั่วไป และการชนรถสามล้อลากไปเพียงระยะ ๕ เมตร แสดงว่าการชนมิได้เป็นไปโดยแรง การกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติเช่นผู้ขับรถธรรมดาที่ตกอยู่ในภาวะเช่นนั้น ไม่เป็นความประมาท พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ และพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙, ๖๖ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓กฏกระทรวงมหาดไทยออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ข้อ ๑๓(๑) ข. แต่ให้ลงโทษจำเลยเฉพาะกระทงที่หนักที่สุดเพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑โดยให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ และปรากฏว่าทายาทของผู้ตายได้รับเงินค่าเสียหายจากฝ่ายจำเลยเป็นที่พอใจแล้ว เป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งนับว่าเป็นการบรรเทาผลร้ายส่วนหนึ่งให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๓ ปี ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง และเป็นเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้จำเลย ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยมีกำหนด ๒ ปี และให้ถอนใบอนุญาตขับรถของจำเลยเสีย จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความว่าในวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยขับรถบรรทุกขนาดกลางมาตามถนนทรงวาด ซึ่งเป็นถนนจราจรทางเดียว กว้างประมาณ๘ เมตร โฉมหน้าไปท่าน้ำสวัสดี โดยมีรถยนต์เก๋งซึ่งนายสิทธิชัยขับอยู่ข้างหน้า และมีรถยนต์เก๋งขับข้างหน้ารถนายสิทธิชัยอีกคันหนึ่งเมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งมีซอยเยาวพานิชอยู่ทางด้านซ้ายมือและบริษัทห้องเย็นไทย จำกัดอยู่ทางด้านขวามือรถยนต์เก๋งคันข้างหน้ารถนายสิทธิชัยได้เลี้ยวเข้าซอยเยาวพานิชโดยไม่ให้สัญญาณไฟท้าย เมื่อนายสิทธิชัยชะลอรถ จำเลยซึ่งกำลังตามมาข้างหลังก็เหยียบเบรคแต่ปรากฏว่ารถไม่หยุด จำเลยจึงหักหลบไปทางขวาแต่ก็ยังเฉี่ยวชนด้านท้ายรถของนายสิทธิชัยและชนรถสามล้อบรรทุกซึ่งนายชอเฮียงผู้ตายกำลังเข็นลงมาข้างถนนด้านขวาพลิกตะแคงซึ่งเลยทับผู้ตายครูดไปตามถนนได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตายในวันต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากจำเลยขับรถโดยห้ามล้อมือและเท้าชำรุดใช้การไม่ได้อยู่แล้ว ขณะเกิดเหตุจึงไม่สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที ซึ่งถ้าห้ามล้อรถใช้การได้ จำเลยก็น่าจะหยุดรถได้ทันเช่นเดียวกับรถของนายสิทธิชัย เมื่อจำเลยหักหลบรถของนายสิทธิชัยไปชนรถสามล้อบรรทุกที่ผู้ตายจูงอยู่ริมถนนด้านขวามือ จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2513 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายใหญ่ แซ่จิว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายใหญ่ แซ่จิว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท สุคนธมาน · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายศิริ อติโพธิ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสพ ปรัชญาภรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 3426/2516ฎีกา 766/2507ฎีกา 1814/2539ฎีกา 1167/2530ฎีกา 3825/2528ฎีกา 2731/2535ฎีกา 2869/2553ฎีกา 917/2530ฎีกา 2680/2531ฎีกา 96/2529ฎีกา 3382/2542ฎีกา 870/2536ฎีกา 1432/2535ฎีกา 4293/2565ฎีกา 4526/2546ฎีกา 7705/2549ฎีกา 4926/2552ฎีกา 609/2511ฎีกา 461/2536ฎีกา 9413/2552ฎีกา 1909/2516ฎีกา 2377/2527ฎีกา 2588/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา