⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1747/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1747/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง หากเกิดจากการกระทำอันสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายบุกรุกขึ้นไปบนบ้านและเข้าไปในห้องนอนของจำเลยซึ่งเป็นหญิงที่อยู่บ้านแต่ลำพังคนเดียวในเวลาวิกาลและมืดเมื่อจำเลยวิ่งหนีออกมา ผู้ตายก็เข้ากอดปล้ำจนกระทำมิดีมิร้ายจำเลยจำเลยจึงใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตายไปในขณะนั้นเพื่อให้ปล่อยผู้ตายไม่ปล่อย จำเลยแทงซ้ำจนผู้ตายปล่อยจำเลย เป็นบาดแผลที่หน้าอก 2 แผล ที่ชายโครง 3 แผล ลึก 2 เซ็นติเมตร ผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ เป็นการกระทำป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๑๒ เวลากลางคืน จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนายชู ใจดี โดยเจตนาฆ่า และนายชูถึงแก่ความตายเหตุเกิดที่ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ริบมีดของกลาง จำเลยให้การว่าแทงผู้ตายเพื่อป้องกันตนและทรัพย์สิน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยกระทำป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ จำคุก ๑ ปี มีดของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์มีดของกลางริบ โจทก์ฎีกา ปัญหาในชั้นฎีกามีว่า เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ตายได้บุกรุกเข้าไปในห้องนอนของจำเลยซึ่งเป็นผู้หญิงในเวลากลางคืนในขณะที่จำเลยอยู่ลำพังผู้เดียว เข้ากอดปล้ำขัดขาจำเลยอันเป็นการส่อแสดงว่าจะกระทำมิดีมิร้ายแก่จำเลย เมื่อจำเลยใช้มีดแทงผู้ตายเพื่อให้ปล่อย ผู้ตายก็ไม่ยอมปล่อย จำเลยจึงแทงซ้ำ พอผู้ตายปล่อยจำเลย จำเลยก็มิได้แทงผู้ตายต่อไปอีก การกระทำของผู้ตายเห็นได้ชัดแล้วว่าเป็นการประสงค์ร้ายแก่จำเลย จำเลยซึ่งตกอยู่ในภาวะเหตุการณ์ฉุกละหุกเช่นนั้น จำเลยย่อมไม่มีเวลาที่จะคิดเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากจะป้องกันตัวให้พ้นภัยจากการกระทำของผู้ตายซึ่งย่อมจะแข็งแรงกว่าที่เข้าปลุกปล้ำล่วงเกินตนอยู่ อีกประการหนึ่งการที่จำเลยแทงผู้ตายไปในขณะปลุกปล้ำติดพันกันดังกล่าว จำเลยไม่มีโอกาสที่จะเลือกแทงผู้ตายให้ถูกในที่สำคัญได้ นอกจากจะกระทำไปเพื่อหยุดยั้งการกระทำของผู้ตายเท่านั้น ฉะนั้น การที่จำเลยแทงผู้ตายตามพฤติการณ์ดังกล่าว จึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1747/2514 อัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นางห่วง ยอดทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นางห่วง ยอดทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายประสาท บุณยรังษี · ศาลอุทธรณ์ - นายเพรียบ หุตางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา