⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1912/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1912/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีแพ่งจะใช้ยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ต่อเมื่อการบังคับคดีนั้นได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์. การบังคับคดีแพ่งถือว่าสำเร็จบริบูรณ์เมื่อพ้นกำหนดเวลาที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอเฉลี่ยตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาที่ว่าทรัพย์ที่ยึดขายทอดตลาดในคดีแพ่งเป็นของใครโจทก์มิได้ยกขึ้นว่ามาแต่แรก เพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 110 หมายบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้จะใช้ยันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไม่ได้เว้นแต่การบังคับคดีนั้นได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์และการบังคับคดีนั้นให้ถือว่าได้สำเร็จบริบูรณ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลาที่อนุญาตให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอเฉลี่ยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 290 วรรคสาม ว่าให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอเฉลี่ยก่อนสิ้นระยะเวลา 14 วันนับแต่วันขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด เมื่อปรากฏว่าทรัพย์ของลูกหนี้ที่ถูกยึดในคดีแพ่งได้มีการขายทอดตลาดไปพ้นระยะเวลา 14 วันก่อนศาล มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมไม่มีอำนาจโอนเงินในคดีแพ่งมาในคดีล้มละลาย เพราะการบังคับคดีแพ่งสำเร็จบริบูรณ์แล้ว พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 111 ที่ว่า ถ้าได้รับคำแจ้งความว่าได้มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายก่อนที่ การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกักเงินไว้ และถ้าต่อไปศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคิดหักเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมเหลือเท่าใดให้ส่งเป็นทรัพย์สินในคดีล้มละลายนั้นเป็นกฎหมายที่วางวิธีปฏิบัติของ เจ้าพนักงานบังคับคดี แต่การบังคับคดีจะใช้ยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เพียงใด ย่อมเป็นไปตามมาตรา 110 กล่าวคือ หากเจ้าพนักงานบังคับคดีกักเงินไว้แล้ว แต่ต่อมาปรากฏว่าศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้หลังจาก การบังคับคดีสำเร็จบริบูรณ์ไปแล้วการบังคับคดีนั้นย่อมใช้ยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ ปัญหาเรื่องลูกหนี้โอนทรัพย์สินใน 3 ปี ก่อนมีการขอให้ล้มละลายเป็นคนละประเด็นกับปัญหาเรื่องลูกหนี้ถูกบังคับคดีซึ่งจะใช้ยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เพียงใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.110 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.111 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.114 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.115

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดห้างจำเลย และพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว ต่อมาวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๑๓ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้นายกิมจี้ แซ่แต้ หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดล้มละลายตามห้าง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนายกิมจี้เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๑๓ โจทก์ยื่นคำร้องว่า นายกิมจี้ถูกยึดทรัพย์ในคดีแพ่งแดงที่ ๓๙๖๙/๒๕๑๒ และมีการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม และ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ ซึ่งโจทก์ในคดีแพ่งยังมิได้รับเงินไป โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการขอโอนเงินค่าขายทรัพย์มาในคดีล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กลับสั่งว่าการบังคับคดีแพ่งสำเร็จบริบูรณ์แล้ว ไม่อาจโอนได้ซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ขอให้ยกคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอโอนเงินค่าขายทรัพย์นั้นมา ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนายกิมจี้เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๑๓ แต่ปรากฏว่าคดีแพ่งแดงที่ ๓๙๖๙/๒๕๑๒ นั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดเสร็จเรียบร้อยไปตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ แล้วพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๐ วรรค ๒ บัญญัติว่าการบังคับคดีนั้นให้ถือว่าได้สำเร็จบริบูรณ์เมื่อพ้นกำหนดเวลาที่อนุญาตให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอเฉลี่ยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ วรรค ๓ ได้กำหนดเวลาที่เจ้าหนี้จะยื่นคำขอเฉลี่ยไว้โดยให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลา ๑๔ วันนับแต่วันขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด ฉะนั้น การบังคับคดีแพ่งดังกล่าวจึงสำเร็จบริบูรณ์ไปตั้งแต่วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ อันเป็นเวลาก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นายกิมจี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมไม่มีอำนาจโอนเงินในคดีแพ่งดังกล่าวมาในคดีล้มละลายได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๐ วรรคแรก ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่ขอโอนเงินมาจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อ ก. ที่ว่า ทรัพย์ที่ยึดขายทอดตลาดไม่ใช่ทรัพย์ของนายกิมจี้ แต่เป็นทรัพย์ของห้างจำเลยนั้น โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ามาแต่แรกเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ฎีกาข้อ ข. ที่ว่า ขณะที่โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โอนการยึดมาเจ้าพนักงานบังคับคดียังมิได้จ่ายเงินให้โจทก์ในคดีแพ่งไป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงชอบที่จะโอนเงินมาได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๑ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๑๑๑ เป็นกฎหมายที่วางวิธีปฏิบัติของเจ้าพนักงานบังคับคดีให้กักเงินไว้ก่อนในกรณีที่ได้รับคำแจ้งความว่าได้มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายก่อนที่การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์เท่านั้น แต่ปัญหาเรื่องการบังคับคดีแพ่งจะใช้ยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เพียงใด ย่อมเป็นไปตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๐ เป็นหลักกล่าวคือ หากเจ้าพนักงานบังคับคดีกักเงินไว้แล้วแต่ปรากฏต่อมาว่าศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้หลังจากที่การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์ไปแล้ว การบังคับคดีนั้นก็ย่อมใช้ยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ โดยเฉพาะกรณีนี้โจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องขอให้นายกิมจี้ล้มละลายตามห้างจำเลยเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๑๓ ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่การบังคับคดีแพ่งได้สำเร็จบริบูรณ์ไป ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ แล้ว ที่เคยยื่นไว้ก่อนครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๑๓ โจทก์ก็ถอนเสีย แล้วมายื่นใหม่ภายหลัง ซึ่งเป็นความล่าช้าของโจทก์เอง โจทก์จึงไม่มีทางจะอ้างพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๑ มาเป็นประโยชน์แก่ตนได้เลย ฎีกาของโจทก์ข้อ ค. ที่ว่า กฎหมายล้มละลายเป็นกฎหมายพิเศษแม้แต่การโอนใน ๓ ปี ศาลยังมีอำนาจเพิกถอนได้ แต่การบังคับคดีแพ่งเรื่องนี้ยังไม่ได้จ่ายเงินให้โจทก์ในคดีแพ่งรับไป ฉะนั้น จึงชอบที่จะโอนเงินนั้นมาในคดีล้มละลายได้ ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีที่ลูกหนี้โอนทรัพย์สินใน ๓ ปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายนั้น จะเพิกถอนได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ก็ต่อเมื่อเป็นเรื่องการโอนโดยไม่สุจริตหรือไม่มีค่าตอบแทน ซึ่งไม่มีประเด็นในคดีนี้ประเด็นที่พิพาทกันแห่งคดีมิใช่เรื่องลูกหนี้โอนทรัพย์ไป แต่เป็นเรื่องลูกหนี้ถูกบังคับคดี ปัญหามีเพียงว่าการบังคับคดีแก่ลูกหนี้จะใช้ยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เพียงใดเท่านั้นฎีกาของโจทก์ทุกข้อจึงฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1912/2514 นายสมโภชน์ ฐิติโรจน์ถกล โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพรสิเดนท์ จิวเวอรี่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมโภชน์ ฐิติโรจน์ถกล · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพรสิเดนท์ จิวเวอรี่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · จินตา บุณยอาคม · พิชัย รชตะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายฉันท์ วรวิทย์สัตถญาณ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสพ ปรัชญาภรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 5473/2548ฎีกา 99/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 1776/2512ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1065/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 462/2507ฎีกา 4484/2536ฎีกา 7732/2552ฎีกา 497/2539ฎีกา 459/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา