คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1943/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน เป็นการกระทำที่กฎหมายไม่คุ้มครอง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยติดตามคนร้ายที่ลักเหล้าไปพบผู้ตายนั่งกินเหล้าอยู่ผู้ตายลุกขึ้นก้าวถอยหลังหนีแล้วควักปืนยิงจำเลย 1 นัด แล้วหันหลังวิ่ง แม้ขณะผู้ตายวิ่งไปได้ราว 3 วาเศษ ผู้ตายจะหักลำกล้องปืนและเอามือล้วงกระเป๋า ซึ่งปรากฏภายหลังว่ามีกระสุนปืนอยู่ในกระเป๋ากางเกงผู้ตาย 4 ลูก แต่ผู้ตายก็มิได้แสดงกิริยาว่าจะหันกลับมาต่อสู้ พอห่างจำเลย 16 - 17 วา จำเลยก็ยิงผู้ตายขณะผู้ตายกำลังวิ่งหันหลังให้ กระสุนปืนถูกผู้ตายด้านหลังถึงแก่ความตาย ดังนี้ เป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ เวลากลางวัน จำเลยใช้ปืนลูกซองยาวยิงโดยเจตนาฆ่านายตุ๋ย ลายปรีชา ๑ นัด ถูกบริเวณสันหลังนายตุ๋ยถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ตำบลลาดยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และสั่งริบปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางที่ใช้กระทำผิด
จำเลยให้การต่อสู้ว่ายิงเพื่อป้องกันตัวไม่มีเจตนาฆ่า
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำเพื่อป้องกันเกินสมควรแก่เหตุพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๖๙ จำคุก ๙ ปี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ ปี ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า กระทำพอสมควรแก่เหตุ พิพากษากลับยกฟ้องคืนปืนและปลอกกระสุนของกลางให้จำเลย
โจทก์ฎีกาว่า จำเลยกระทำเกินสมควรแก่เหตุและเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนมีว่า วันเกิดเหตุนายจ๊อด มลิวรรณ กับพวกชวนจำเลยไปติดตามคนร้ายลักเหล้า พบผู้ตายกับนายแจ้ว จันทร์สิงห์โต นั่งกินเหล้าของนายจ๊อด มลิวรรณอยู่ ผู้ตายลุกหนีโดยก้าวถอยหลังแล้วควักปืนออกมายิงจำเลยกับพวก ๑ นัด ยิงแล้วผู้ตายหันหลังวิ่ง ขณะวิ่งก็หักลำกล้องปืนและเอามือล้วงกระเป๋าจำเลยจึงยิงผู้ตาย ๑ นัด และต่อมาค้นพบกระสุนปืนในกระเป๋ากางเกงของผู้ตายอีก ๔ ลูก
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยยิงผู้ตายขณะผู้ตายกำลังวิ่งหันหลังให้จำเลย กระสุนปืนถูกผู้ตายด้านหลังทั้งสิ้น แม้ขณะผู้ตายวิ่งไปได้ราว ๓ วาเศษ ผู้ตายจะหักลำกล้องปืนและเอามือล้วงกระเป๋าซึ่งปรากฏในภายหลังว่า ค้นพบกระสุนปืนอยู่ในกระเป๋ากางเกงผู้ตาย ๔ ลูก แต่ผู้ตายก็มิได้แสดงกิริยาว่าจะหันกลับมาต่อสู้ และตามคำนายจิตรมลิวรรณ พยานโจทก์ก็ว่าผู้ตายยังไม่ทันชักมือออกจากกระเป๋ายังคงวิ่งต่อไป พอห่างจำเลยประมาณ ๑๖ - ๑๗ วา จำเลยก็ใช้ปืนยิงผู้ตายด้านหลังดังกล่าว เป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตัว คำพิพากษาฎีกาที่ศาลอุทธรณ์อ้างข้อเท็จจริงต่างกับคดีนี้
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1943/2514
พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์
นายแดง ผาดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายแดง ผาดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถนอม ครูไพศาล · ประสม เภกะสุต · กฤษณ์ โสภิตกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายจินดา บุญศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสงวน สิทธิไชย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา