⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1957/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายนั้น หากเกิดจากการกระทำที่ร้ายแรงกว่าภยันตรายที่เกิดขึ้น ย่อมถือว่าเป็นการป้องกันเกินกว่าเหตุ

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายถือมีดไล่ฟันจำเลย จำเลยจึงใช้จอบตีผู้ตายจนมีดหลุดมือแล้วต่างคนต่างเข้าแย่งมีดกันล้มลงไปทั้งคู่ จำเลยแย่งมีดได้แล้วกลับใช้ฟันผู้ตายไปในขณะที่ล้มอยู่หลายทีจนผู้ตายถึงแก่ความตาย เมื่อปรากฏว่าบาดแผลที่ผู้ตายได้รับบริเวณหน้า ศีรษะ และคอซึ่งเป็นอวัยวะส่วนสำคัญเป็นบาดแผลทำให้ถึงตายได้เกือบทุกแผล แขนขวาส่วนล่างของผู้ตายถูกตีหักจนไม่อาจใช้มือขวาถือมีดฟันทำร้ายจำเลยได้ต่อไปอีก เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำเพื่อป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๑๑ เวลากลางวัน จำเลยใช้จอบและมีดพร้าโต้ตีและฟันนายปุ๋ย รุ้งมะเริง ด้วยเจตนาฆ่า ถูกบริเวณศีรษะและร่างกายนายปุ๋ยหลายแห่งจนนายปุ๋ยถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยใช้จอบตีและใช้มีดฟันผู้ตายเป็นการกระทำเพื่อป้องกันพอสมควรแก่เหตุ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ จำคุก ๕ ปี จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะไม่มีพยานรู้เห็นขณะเกิดเหตุก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากลักษณะบาดแผลของผู้ตายดังที่ปรากฏตามรายงานชันสูตรพลิกศพ ประกอบกับที่จำเลยนำสืบมาแล้วข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าผู้ตายถือมีดไล่ฟันจำเลย จำเลยจึงใช้จอบตีผู้ตายจนมีดหลุดจากมือ แล้วจำเลยกับผู้ตายต่างเข้าแย่งมีดกันล้มลงไปทั้งคู่จำเลยแย่งมีดได้จึงใช้มีดนั้นฟันผู้ตาย ดังนี้ การที่ผู้ตายถือมีดไล่ฟันจำเลย จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะกระทำเพื่อป้องกันตนได้ และการที่จำเลยแย่งมีดได้แล้วฟันผู้ตายไป เป็นการกระทำในขณะที่เหตุการณ์กำลังติดพันเกี่ยวเนื่องมาจากการกระทำเพื่อป้องกัน แต่การที่จำเลยใช้มีดฟันผู้ตายไปหลายครั้งถูกบริเวณหน้า ศีรษะและคอซึ่งเป็นอวัยวะส่วนสำคัญ มีบาดแผลทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งทำให้ตายได้เกือบทุกแผล และปรากฏตามรายงานชันสูตรศพผู้ตายด้วยว่าแขนขวาส่วนล่างของผู้ตายถูกตีหัก แสดงว่าผู้ตายคงจะใช้แขนขวาซึ่งเป็นมือที่ผู้ตายถนัดถือมีดฟันจำเลยไม่ได้อีกแล้ว เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำเพื่อป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2514 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายสมนึก ศรีนิตย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายสมนึก ศรีนิตย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายเดชา สุวรรณโณ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา