คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1139/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงว่าตนกำลังถูกทำร้าย และเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่เป็นความผิด
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้ยินเสียงคนร้องทางฝั่งคลองตรงข้าม เข้าใจว่ามีเรื่องทะเลาะกัน จึงเดินลุยน้ำข้ามไปดู พอถึงก็ถูกคนตีที่แสกหน้าล้มลง เห็นคนตีวิ่งหนีไปทางทิศเหนือ แล้วมีคนวิ่งมาจากทางทิศเหนืออีก ซึ่งจำเลยเข้าใจว่าเป็นคนร้ายจะเข้ามาทำร้ายจำเลย จำเลยจึงใช้มีดดาบฟันคนที่วิ่งเข้ามานั้น 1 ทีถูกศีรษะกลับปรากฏว่าเป็นนายดินผู้ตายซึ่งเป็นญาติกัน ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยสำคัญผิดในข้อเท็จจริง กระทำป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดดาบปลายแปลม ตัวมีดยาว ๒๑ นิ้วฟุต กว้างประมาณ ๑ นิ้วเศษ ด้ามยาวประมาณ ๑๐ นิ้วฟุต ฟันทำร้ายถูกบริเวณศีรษะของนายดิน ทองเกษร ๑ ที โดยเจตนาฆ่านายดินถึงแก่ความตายในวันรุ่งขึ้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘
จำเลยให้การรับสารภาพ ต่อมาภาคเสธว่าไปห้ามคนทะเลาะกันแล้วถูกตีศีรษะล้มลงเห็นคนเข้ามาจะทำร้ายอีก จึงคว้าได้มีดเข้าใจว่าเป็นไม้ฟาดไปถูกศีรษะคน ๆ นั้น เป็นการป้องกันแล้วจึงทราบว่าเป็นนายดินผู้ตายซึ่งเป็นญาติกันกับจำเลย
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๕ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๗ ปี ๖ เดือน
จำเลยอุทธรณ์ว่าสำคัญผิดจึงกระทำป้องกัน หากเกินสมควรแก่เหตุก็ขอให้แก้โทษให้ต่ำลง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกระทำป้องกันพอสมควรแก่เหตุพิพากษากลับยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบว่านายดินผู้ตายกับจำเลยเป็นญาติกัน ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับผู้ตายนั่งดื่มสุราอยู่ที่ร้านนายจำนงค์จนเวลาประมาณ ๒ ทุ่ม ได้ยินเสียงคนร้องทางฝั่งคลองตรงข้าม เข้าใจว่ามีเรื่องทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นผู้ตายเดินลุยน้ำข้ามคลองไปก่อน ส่วนจำเลยนั่งเรือข้ามฟากไป ผู้ตายไปเห็นนายบุญส่งนอนสลบอยู่ จึงกลับไปเอายาดมที่บ้าน ครั้นจำเลยไปถึงก็เข้าไปที่นายบุญส่งแล้วถูกคนตีแสกหน้าโดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้ายเพราะมืด คนร้ายวิ่งหนีไปทางทิศเหนือ จำเลยถูกตีล้มลง แล้วมีคนวิ่งมาจากทางทิศเหนืออีก จำเลยจึงใช้มีดดาบฟันคนที่วิ่งเข้ามานั้นไป ๑ ที โดยเข้าใจว่าเป็นคนร้ายจะมาทำร้ายจำเลยแต่ปรากฏว่าเป็นนายดินผู้ตายซึ่งเป็นญาติกัน พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงและไม่ปรากฏว่าความสำคัญผิดนี้เกิดขึ้นจากความประมาทของจำเลย และการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ จำเลยไม่มีความผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1139/2515
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญญบุรี โจทก์
นายไสว ทองใบ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญญบุรี · จำเลย - นายไสว ทองใบ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสาท สุคนธมาน · ประพนธ์ ศาตะมาน · แผ้ว ศิวะบวร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดธัญญบุรี - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทัย อติแพทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา