⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2474/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2474/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายอันใกล้จะถึงนั้น หากการป้องกันนั้นเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น หรือเกินกว่าสมควรแก่เหตุ อาจไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายกับพวกซึ่งมีจำนวนมากคน ได้รายล้อมเข้าไปโดยอาการที่เห็นได้ว่าผู้ตายกับพวกจะเข้าทำร้ายจำเลย จำเลยมีแต่ตัวคนเดียวและเป็นเวลากลางคืน จำเลยยิงปืนขึ้น สองนัดนัดแรกเป็นการยิงขู่ แต่ผู้ตายกับพวกก็มิได้หยุดยั้ง คงรายล้อมเข้าไปในลักษณะอาการที่จะกลุ้มรุมทำร้ายจำเลยอีก จำเลยใช้ปืนยิงไปนัดที่สองถูกนายเล็กและผู้ตาย ย่อมถือได้ว่าจำเลยจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายอันใกล้จะถึงการกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกัน แม้ว่าผู้ตายกับพวกจะเข้าไปกลุ้มรุมทำร้ายจำเลย แต่พวกผู้ตายไม่มีปืน การที่จำเลยใช้ปืนยิงเพื่อป้องกันเป็นการเกินสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นตำรวจ บังอาจใช้อาวุธปืนเล็กยาวเอ็มวันไรเฟิล แบบ ๘๘ ขนาด ๗.๖๒ มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนของทางราชการตำรวจใช้ในราชการ ยิงนายรักชาติกับนายเล็กโดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกนายรักชาติถึงแก่ความตาย และถูกนายเล็กได้รับอันตรายแก่กาย เจ้าพนักงานได้ปลอกกระสุน ๒ ปลอกในที่เกิดเหตุและได้ปืนและกระสุนปืน ๓๐ นัด ซึ่งจำเลยใช้กระทำความผิดเป็นของกลางขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และคืนของกลางแก่กรมตำรวจ นายทึงเต็งบิดานายรักชาติผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๘๘ ให้จำคุก๒๐ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม จำคุก ๑๓ ปี ๔ เดือนคืนของกลางแก่กรมตำรวจ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้ยิงเพื่อป้องกันตัว ไม่ควรมีความผิด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า น่าเชื่อว่าผู้ตายกับพวกเป็นฝ่ายก่อเหตุระรานจำเลยในตอนเกิดเหตุด้วยในขณะที่จำเลยเดินผ่านกลุ่มของผู้ตายไปจำเลยมีเพียงตัวคนเดียว ฝ่ายผู้ตายมีพวกหลายคนคงรายล้อมเข้าไปหาผู้ตาย จำเลยยิงปืนขึ้นสองนัด แต่นัดหนึ่งเป็นการยิงขู่นัดนี้น่าจะเป็นนัดแรก เมื่อจำเลยยิงขู่ไปแล้วนัดหนึ่ง ผู้ตายกับพวกก็มิได้หยุดยั้งคงรายล้อมเข้าไปในลักษณะอาการที่จะกลุ้มรุมทำร้ายจำเลยอีก การที่ผู้ตายกับพวกซึ่งมีจำนวนมากคนได้รายล้อมเข้าไปโดยอาการที่เห็นได้ว่าผู้ตายกับพวกจะเข้าทำร้ายจำเลย จำเลยมีแต่ตัวคนเดียวและเป็นเวลากลางคืน ที่จำเลยใช้ปืนยิงไปนัดที่สองถูกนายเล็กและผู้ตาย ย่อมถือได้ว่าจำเลยจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายอันใกล้จะถึงแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกัน แม้ว่าผู้ตายกับพวกจะเข้าไปกลุ้มรุมทำร้ายจำเลย แต่พวกผู้ตายไม่มีปืน ฉะนั้น การที่จำเลยใช้ปืนยิงเพื่อป้องกัน จึงเป็นการป้องกันเกินสมควรกว่าเหตุ พิพากษาแก้ ว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๘๘ แต่เป็นกรณีป้องกันที่กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุตามมาตรา ๖๙ ให้จำคุก ๕ ปี ของกลางให้บังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2474/2515 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์ นายทึงเต็ง หรือเต็ง แซ่ตั้ง โจทก์ร่วม พลตำรวจสุวรรณ เกิดพุ่ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · โจทก์ร่วม - นายทึงเต็ง หรือเต็ง แซ่ตั้ง · จำเลย - พลตำรวจสุวรรณ เกิดพุ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญชัย สัจจวานิช · วินัย ทองลงยา · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายอำพัน สุวรรณรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชุมพล จันทราทิพย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา