คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 64/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการป้องกันตัวเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น เป็นความผิดอาญาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย หรือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ย่อคำพิพากษา
บ. กับ น. ไม่มีอาวุธ เข้ากลุ้มรุมชกต่อจำเลย จำเลยใช้ปืนยิง น. หนึ่งนัด ขณะที่ น. กอดหลังจำเลย น.ผละออกและซไป จำเลยยิงซ้ำอีก กระสุนปืนถูกบริเวณคอและใต้ราวนมขวา แล้วจำเลยหันไปยิง บ. อีก 2-3 นัด ในระยะกระชั้นชิดติดพันกันนั้นเอง ถูกที่เหนือนมและสีข้าง น. และ บ. ถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยดังนี้เป็นการฆ่าคนโดยเจตนาเพื่อป้องกันตนเกินสมควรแก่เหตุ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๑๒ เวลากลางวัน จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายเนียน สุขอุดม และนายบรรพต สุขอุดม โดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกนายเนียนถึงแก่ความตายในขณะนั้นเอง และถูกนายบรรพตถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา เหตุเกิดที่ตำบลทุ่งสงขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘
จำเลยให้การว่า ยิงนายเนียนและนายบรรพตเพื่อป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยกับผู้ตายวิวาทชกต่อยกันโดยผู้ตายไม่มีอาวุธแล้วจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๒๐ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลวินิจฉัยฟ้องข้อเท็จจริงน่าเชื่อถือตามที่จำเลยนำสืบว่า วันเกิดเหตุจำเลยขับรถสวนกันกับรถที่นายบรรพตผู้ตายคนหนึ่งขับ นายบรรพตโบกมือให้จำเลยหยุดรถ จำเลยเข้าใจว่านายเนียนจะใช้ค่าซ่อมรถที่รถของจำเลยถูกรถของนายบรรพชนเอาก่อนวันเกิดเหตุ เมื่อจำเลยหยุดรถแล้วถามว่า "ลุงจะให้ค่าซ่อมรถใช่ไหม" นายเนียนก็ว่าเข้ามาเอาซี จำเลยจึงเดินไปหา ก็ถูกนายบรรพตเตะ แล้วนายเนียนเข้ารัดคอจำเลยไว้ให้นายบรรพตชกจำเลย จึงเป็นการที่ผู้ตายทั้งสองใช้กลุ้มรุมทำร้ายจำเลย หาใช่จำเลยสมัครใจวิวาทกับผู้ตายทั้งสองไม่ การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายทั้งสอง จึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ปัญหาว่าจำเลยได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ ข้ออ้างของจำเลยที่ว่านายเนียนชักมีดเข้ามาจะแทงจำเลย และนายบรรพตชักปืนออกยิงจำเลยนั้น รูปคดีฟังไม่ได้ว่าผู้ตายทั้งสองใช้มีดจะแทงหรือยิงจำเลยก่อน คงฟังได้แต่เพียงว่าผู้ตายทั้งสองกลุ้มรุมชกต่อยจำเลย แม้ฝ่ายผู้ตายจะมี ๒ คน แต่ต่างก็ชกต่อยจำเลยด้วยมือเปล่าไม่มีอาวุธอะไร การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายเนียน สุขอุดม ๑ นัด ขณะนายเนียน สุขอุดม กอดหลังจำเลย นายเนียน สุขอุดม ผละออกมาแล้วเซไปจำเลยยิงซ้ำอีก กระสุนปืนถูกนายเนียน สุขอุดม บริเวณคอและใต้ราวนมขวาแล้วหันไปยิงนายบรรพต สุขอุดม อีก ๒-๓ นัด ในระยะกระชั้นชิดติดพันกันนั้นเอง ถูกที่เหนือนมและสีข้าง ถือว่าเป็นการฆ่าคนโดยเจตนา เพื่อป้องกันตนเกินสมควรแก่เหตุ
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๘,๖๙ ให้จำคุก ๑๐ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 64/2515
อัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์
นายสมพงษ์ พ้นภัยพาล ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดชลบุรี · ล. - นายสมพงษ์ พ้นภัยพาล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถนอม ครูไพศาล · ประสม เภคะสุต · รัตน์ ศรีไกรวิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายภักดิ์ บุญย์ภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ วราภรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา