⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1674/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องคดีได้ แม้ผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นภริยาของจำเลยและเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินที่พิพาทจะไม่ร่วมเป็นโจทก์ฟ้องด้วยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฎีกาว่า ปัญหาอำนาจฟ้องยุติ คงมีปัญหาเพียงว่าที่พิพาทเป็นของผู้ตายใส่ชื่อจำเลยไว้แทนหรือเป็นของจำเลยจำเลยแก้ฎีกาว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้แก้อุทธรณ์โต้แย้งอำนาจฟ้องของโจทก์ไว้ และขอถือว่ามีประเด็นข้อนี้ในชั้นฎีกาด้วย ซึ่งถูกต้องตามคำแก้ฎีกา แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยอำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งมีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ด้วย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยประเด็นอำนาจฟ้องของโจทก์ให้ โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมเรียกร้องให้จำเลยคืนที่พิพาทเพื่อจัดการให้เป็นไปตามพินัยกรรมของผู้ตาย ช. ผู้จัดการมรดกร่วมอีกคนหนึ่งไม่ได้เป็นโจทก์ฟ้องด้วยเพราะ ช. เป็นภริยาจำเลย เป็นผู้รับโอนที่พิพาทแทนจำเลยและเป็นพยานจำเลยด้วย แสดงชัดว่า ช. ไม่ต้องการฟ้องจำเลย ดังนี้โจทก์ทั้งสองย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1715 วรรค 2 และเป็นอำนาจของผู้จัดการมรดกที่จะฟ้องได้ในระหว่างจัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1719, 1736

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1715 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1736

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางสาวบุตรี กรลักษณ์ ได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินตราจองเลขที่ ๕๓๒ ให้แก่นางจิราภรณ์ ชิตานนท์ ที่ดินแปลงนี้นางสาวบุตรี กรลักษณ์ได้ซื้อไว้จากหมอจำลอง ต่อมานางสาวบุตรีมีกรณีพิพาทกับบุคคลอื่น เพื่อป้องกันที่ดินแปลงนี้ นางสาวบุตรีจึงโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อนายพยง กรลักษณ์เป็นผู้ซื้อไว้แทน ซึ่งความจริงใส่ชื่อนายพยง กรลักษณ์ ไว้แทน และนายพยงกรลักษณ์ได้เซ็นชื่อในใบมอบอำนาจให้ไว้เพื่อโอนต่อไปยังจำเลย และได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ใส่ชื่อจำเลยในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นการโอนใส่ชื่อไว้แทนเช่นเดียวกัน ขณะที่ใช้ใบมอบอำนาจนั้น นายพยง กรลักษณ์ได้ถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว การโอนจึงไม่สมบูรณ์ ขอให้ศาลพิพากษาว่านางสาวบุตรีกรลักษณ์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ให้ทำลายการโอนใส่ชื่อจำเลยในที่ดินพิพาท หรือให้โอนใส่ชื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดก จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องนางสาวบุตรีมิได้เป็นผู้ซื้อ จำเลยออกเงินซื้อเอง โดยลงชื่อนางสาวบุตรีแทน ต่อมานางสาวบุตรีได้ขายที่ดินนี้ให้นายผยง กรลักษณ์ โดยไม่บอกจำเลยแต่นายผยงกรลักษณ์ รู้ว่าที่ดินนี้เป็นของจำเลย จึงทำพินัยกรรมยกให้จำเลย และได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้แทนไว้เพื่อจัดการโอน แม้การโอนจะทำภายหลังนายผยงตาย ที่ดินก็ตกเป็นของจำเลยตามพินัยกรรมตั้งแต่นายผยงตาย จำเลยครอบครองที่ดินมากว่า ๑๐ ปี โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะหม่อมหลวงชมัยผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่งมิได้ฟ้องด้วย อำนาจฟ้องเรียกทรัพย์สินพิพาทเป็นของนางจิราภรณ์ ไม่ใช่อำนาจของผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง และนางสาวบุตรีเป็นผู้ซื้อที่พิพาทแล้วโอนขายให้นายผยง นายผยงทำพินัยกรรมยกให้จำเลยได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า ปัญหาอำนาจฟ้องยุติ คงมีปัญหาเพียงว่าที่พิพาทเป็นของนางสาวบุตรีใส่ชื่อจำเลยไว้แทนหรือเป็นของจำเลยฝ่ายจำเลยแก้ฎีกาว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้แก้อุทธรณ์โต้แย้งอำนาจฟ้องของโจทก์ไว้ และขอถือว่ามีประเด็นข้อนี้ในชั้นฎีกาด้วย ซึ่งถูกต้องตามคำแก้ฎีกาของจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยอำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งมีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ด้วยศาลฎีกาจำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อนี้ให้โดยวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสาวบุตรีเรียกร้องให้จำเลยคืนที่พิพาทเพื่อจัดการให้เป็นไปตามพินัยกรรมของนางสาวบุตรีการที่หม่อมหลวงชมัยผู้จัดการมรดกร่วมไม่ได้เป็นโจทก์ฟ้องด้วยก็เพราะหม่อมหลวงชมัยเป็นภริยาจำเลย เป็นผู้รับโอนที่พิพาทแทนจำเลยและเป็นพยานจำเลยด้วย แสดงชัดว่าหม่อมหลวงชมัยไม่ต้องการฟ้องจำเลยโจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๗๑๕ วรรค ๒ จำเลยตัดฟ้องอีกข้อหนึ่งว่าอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์พิพาทเป็นของนางจิราภรณ์ ผู้จัดการมรดกไม่มีอำนาจฟ้อง นั้นไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๙, ๑๗๓๖ ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องได้ในระหว่างจัดการมรดก แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไปว่าหลักฐานพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่านางสาวบุตรีโอนที่พิพาทให้นายผยงถือกรรมสิทธิ์ไว้แทนนางสาวบุตรีตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2516 นางแผ้ว กรลักษณ์ ที่ 1 นางอารี กรลักษณ์ ที่ 2 โจทก์ นายบรรจง กรลักษณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความ2 - นางแผ้ว กรลักษณ์ ที่ 1 นางอารี กรลักษณ์ ที่ · โจทก์ - · จำเลย - นายบรรจง กรลักษณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย ทองลงยา · สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุจริต เสถียรกาล · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512ฎีกา 8444/2538ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา