⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1674/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2516

ป.พ.พ. ม.1715, 1719, 1736 · ป.วิ.แพ่ง ม.55, 183, 225 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องคดีได้ แม้ผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นภริยาของจำเลยและเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินที่พิพาทจะไม่ร่วมเป็นโจทก์ฟ้องด้วยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฎีกาว่า ปัญหาอำนาจฟ้องยุติ คงมีปัญหาเพียงว่าที่พิพาทเป็นของผู้ตายใส่ชื่อจำเลยไว้แทนหรือเป็นของจำเลยจำเลยแก้ฎีกาว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้แก้อุทธรณ์โต้แย้งอำนาจฟ้องของโจทก์ไว้ และขอถือว่ามีประเด็นข้อนี้ในชั้นฎีกาด้วย ซึ่งถูกต้องตามคำแก้ฎีกา แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยอำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งมีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ด้วย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยประเด็นอำนาจฟ้องของโจทก์ให้ โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมเรียกร้องให้จำเลยคืนที่พิพาทเพื่อจัดการให้เป็นไปตามพินัยกรรมของผู้ตาย ช. ผู้จัดการมรดกร่วมอีกคนหนึ่งไม่ได้เป็นโจทก์ฟ้องด้วยเพราะ ช. เป็นภริยาจำเลย เป็นผู้รับโอนที่พิพาทแทนจำเลยและเป็นพยานจำเลยด้วย แสดงชัดว่า ช. ไม่ต้องการฟ้องจำเลย ดังนี้โจทก์ทั้งสองย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1715 วรรค 2 และเป็นอำนาจของผู้จัดการมรดกที่จะฟ้องได้ในระหว่างจัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1719, 1736

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1715 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1736

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางสาวบุตรี กรลักษณ์ ได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินตราจองเลขที่ ๕๓๒ ให้แก่นางจิราภรณ์ ชิตานนท์ ที่ดินแปลงนี้นางสาวบุตรี กรลักษณ์ได้ซื้อไว้จากหมอจำลอง ต่อมานางสาวบุตรีมีกรณีพิพาทกับบุคคลอื่น เพื่อป้องกันที่ดินแปลงนี้ นางสาวบุตรีจึงโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อนายพยง กรลักษณ์เป็นผู้ซื้อไว้แทน ซึ่งความจริงใส่ชื่อนายพยง กรลักษณ์ ไว้แทน และนายพยงกรลักษณ์ได้เซ็นชื่อในใบมอบอำนาจให้ไว้เพื่อโอนต่อไปยังจำเลย และได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ใส่ชื่อจำเลยในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นการโอนใส่ชื่อไว้แทนเช่นเดียวกัน ขณะที่ใช้ใบมอบอำนาจนั้น นายพยง กรลักษณ์ได้ถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว การโอนจึงไม่สมบูรณ์ ขอให้ศาลพิพากษาว่านางสาวบุตรีกรลักษณ์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ให้ทำลายการโอนใส่ชื่อจำเลยในที่ดินพิพาท หรือให้โอนใส่ชื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดก จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องนางสาวบุตรีมิได้เป็นผู้ซื้อ จำเลยออกเงินซื้อเอง โดยลงชื่อนางสาวบุตรีแทน ต่อมานางสาวบุตรีได้ขายที่ดินนี้ให้นายผยง กรลักษณ์ โดยไม่บอกจำเลยแต่นายผยงกรลักษณ์ รู้ว่าที่ดินนี้เป็นของจำเลย จึงทำพินัยกรรมยกให้จำเลย และได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้แทนไว้เพื่อจัดการโอน แม้การโอนจะทำภายหลังนายผยงตาย ที่ดินก็ตกเป็นของจำเลยตามพินัยกรรมตั้งแต่นายผยงตาย จำเลยครอบครองที่ดินมากว่า ๑๐ ปี โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะหม่อมหลวงชมัยผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่งมิได้ฟ้องด้วย อำนาจฟ้องเรียกทรัพย์สินพิพาทเป็นของนางจิราภรณ์ ไม่ใช่อำนาจของผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง และนางสาวบุตรีเป็นผู้ซื้อที่พิพาทแล้วโอนขายให้นายผยง นายผยงทำพินัยกรรมยกให้จำเลยได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า ปัญหาอำนาจฟ้องยุติ คงมีปัญหาเพียงว่าที่พิพาทเป็นของนางสาวบุตรีใส่ชื่อจำเลยไว้แทนหรือเป็นของจำเลยฝ่ายจำเลยแก้ฎีกาว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้แก้อุทธรณ์โต้แย้งอำนาจฟ้องของโจทก์ไว้ และขอถือว่ามีประเด็นข้อนี้ในชั้นฎีกาด้วย ซึ่งถูกต้องตามคำแก้ฎีกาของจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยอำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งมีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ด้วยศาลฎีกาจำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้อนี้ให้โดยวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสาวบุตรีเรียกร้องให้จำเลยคืนที่พิพาทเพื่อจัดการให้เป็นไปตามพินัยกรรมของนางสาวบุตรีการที่หม่อมหลวงชมัยผู้จัดการมรดกร่วมไม่ได้เป็นโจทก์ฟ้องด้วยก็เพราะหม่อมหลวงชมัยเป็นภริยาจำเลย เป็นผู้รับโอนที่พิพาทแทนจำเลยและเป็นพยานจำเลยด้วย แสดงชัดว่าหม่อมหลวงชมัยไม่ต้องการฟ้องจำเลยโจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๗๑๕ วรรค ๒ จำเลยตัดฟ้องอีกข้อหนึ่งว่าอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์พิพาทเป็นของนางจิราภรณ์ ผู้จัดการมรดกไม่มีอำนาจฟ้อง นั้นไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๙, ๑๗๓๖ ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องได้ในระหว่างจัดการมรดก แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไปว่าหลักฐานพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่านางสาวบุตรีโอนที่พิพาทให้นายผยงถือกรรมสิทธิ์ไว้แทนนางสาวบุตรีตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2516 นางแผ้ว กรลักษณ์ ที่ 1 นางอารี กรลักษณ์ ที่ 2 โจทก์ นายบรรจง กรลักษณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความ2 - นางแผ้ว กรลักษณ์ ที่ 1 นางอารี กรลักษณ์ ที่ · โจทก์ - · จำเลย - นายบรรจง กรลักษณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย ทองลงยา · สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุจริต เสถียรกาล · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 605/2511ฎีกา 8735/2542ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา