⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1956/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1956/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการป้องกันตัวเกินสมควร แม้จะเกิดจากการถูกทำร้ายก่อน ก็ยังถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ศาลอาจใช้ดุลยพินิจลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน โดยใช้เก้าอี้ตีทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 2 แล้ววิ่งไล่ตามจำเลยที่ 2 ไป จำเลยที่ 2 ได้ใช้ปืนยิงจำเลยที่ 1 ก่อน 3 นัด นัดแรกถูกที่แขนซ้าย นัดที่ 2 ไม่ถูก นัดที่ 3ถูกนิ้วชี้ สิ้นเสียงปืนนัดที่ 3 แล้วจำเลยที่ 1 ก็เข้าถึงตัวจำเลยที่ 2และแทงจำเลยที่ 2 ไป 1 ที ถูกที่อกด้านขวาเหนือรักแร้ บาดแผลขนาด 2X3 เซนติเมตร ถึงสาหัส เป็นการเข้าประชิดตัวแทงโดยกระทันหันในเวลากลางคืน หลังจากถูกยิงบาดเจ็บแล้ว และแทงสุ่มไปโดยไม่มีโอกาสจะเลือกกำหนดได้ว่าจะแทงส่วนไหนของร่างกาย หากแต่บังเอิญไปถูกที่อกทะลุช่องปอด พฤติการณ์ประกอบบาดแผลยังไม่พอชี้ชัดว่าจำเลยที่ 1 มี เจตนาฆ่า ควรลงโทษเพียงฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองสมัครใจวิวาททำร้ายและพยายามฆ่าซึ่งกันและกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่ากระทำเพื่อป้องกันตัว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานพยายามฆ่า ส่วนจำเลยที่ ๒ กระทำเพื่อป้องกันตัว ไม่มีความผิด พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ให้จำคุก ๑๐ ปีคำให้การชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน และนับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาแดงที่ ๕/๒๕๑๔ จำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ คดีส่วนตัวจำเลยที่ ๒ โจทก์ไม่อุทธรณ์ จึงเป็นอันยุติ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ ๑ เป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน โดยใช้เก้าอี้ตีทำร้ายร่างกายจำเลยที่ ๒ แล้ววิ่งไล่ตามจำเลยที่ ๒ ไป แต่ก่อนที่จำเลยที่ ๑จะแทงจำเลยที่ ๒ นั้น จำเลยที่ ๒ ได้ใช้ปืนยิงจำเลยที่ ๑ ก่อน ๓ นัด นัดแรกถูกที่แขนซ้าย นัดที่ ๒ ไม่ถูก นัดที่ ๓ ถูกนิ้วชี้ สิ้นเสียงปืนนัดที่ ๓ แล้ว จำเลยที่ ๑ก็เข้าถึงตัวจำเลยที่ ๒ และแทงจำเลยที่ ๒ ไป ๑ ที ถูกที่อกด้านขวาเหนือรักแร้บาดแผลขนาด ๒ x ๓ เซนติเมตร ถึงสาหัส ศาลฎีกาเห็นว่า หลังจากถูกยิงบาดเจ็บแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงเข้าประชิดตัวแล้วแทงจำเลยที่ ๒ ไป ๑ ที โดยกระทันหันในเวลากลางคืน น่าเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ คงจะแทงสุ่มไปโดยไม่มีโอกาสจะเลือกหรือกำหนดได้ว่าจะแทงส่วนไหนของร่างกาย หากบังเอิญไปถูกที่อกทะลุช่องปอด พฤติการณ์ดังกล่าวประกอบบาดแผลยังไม่พอชี้ชัดว่า จำเลยที่ ๑ มีเจตนาฆ่า ควรลงโทษเพียงฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๒ รับอันตรายสาหัส พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗ ให้จำคุก ๓ ปี คำให้การจำเลยที่ ๑ ชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ปรานีลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงจำคุก ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1956/2516 พนักงานอัยการจังหวัดตราด โจทก์ นายสมนึก ผาชลา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตราด · จำเลย - นายสมนึก ผาชลา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถนอม ครูไพศาล · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตราด - นายเสวก จันทร์ผ่อง · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ น้อยพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 635/2485ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา