⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2424/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2424/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ให้สิทธิแก่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งในการบังคับให้อีกฝ่ายหนึ่งปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น ศาลจะบังคับให้ปฏิบัติตามได้เฉพาะข้อตกลงที่กฎหมายกำหนดให้บังคับได้เท่านั้น ส่วนข้อตกลงอื่นที่นอกเหนือจากนั้น หากคู่สัญญาตกลงเปลี่ยนแปลงกันเองได้โดยไม่ถือเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ทำกันในศาลมีใจความสำคัญว่า โจทก์ยอมให้ที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยจำเลยรับจะส่งข้าวเปลือกให้โจทก์ปีละ 3 เกวียน หากผิดสัญญาไม่ปฏิบัติ ก็ให้ที่พิพาทกลับเป็นของโจทก์ ข้อสัญญาที่กำหนดให้จำเลยส่งข้าวเปลือกให้โจทก์ดังกล่าวนี้ มิใช่เป็นเรื่องที่ศาลจะบังคับให้จำเลยปฏิบัติได้ เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยจะปฏิบัติต่อกันเองตามความสมัครใจ จึงอาจตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้โดยไม่ถือว่าเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความได้ เมื่อโจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาส่งข้าวเปลือกให้ไม่ครบ จำเลยต่อสู้ว่าได้ตกลงกับโจทก์ใหม่และปฏิบัติตามข้อตกลงใหม่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่จำเลยต่อสู้จริง จำเลยก็มิใช่ฝ่ายผิดสัญญากรณีจึงต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไป จะพิพากษาให้จำเลยคืนที่พิพาทให้โจทก์โดยไม่ฟังข้อเท็จจริงต่อไปหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน๒ แปลงแล้วต่อมาโจทก์จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อความสำคัญว่า ๑. โจทก์ยอมให้ที่พิพาทเป็นของจำเลย จำเลยยอมให้โจทก์อาศัยในที่พิพาทตลอดชีวิตโจทก์ และจำเลยจะไม่จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์พิพาทในระหว่างที่โจทก์มีชีวิตอยู่ ๒. จำเลยจะอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ โดยจะส่งข้าวเปลือกให้โจทก์ปีละ๓ เกวียน เมื่อสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวของทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นต้นไปและเมื่อโจทก์เจ็บไข้ได้ป่วย จำเลยจะดูแลรักษาและเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการรักษาพยาบาล ๓. หากจำเลยผิดสัญญาดังกล่าวข้างต้น จำเลยยอมให้ที่พิพาทตกเป็นของโจทก์ทันที และจำเลยจะไม่เกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอม ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าเมื่อเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวของปีตามสัญญาแล้ว จำเลยส่งข้าวเปลือกให้โจทก์ไม่ครบตามสัญญา โจทก์ทวงถามจำเลยไม่ชำระ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสองแถลงว่า เนื่องจากโจทก์ได้เอาที่นาของจำเลยอีกแปลงหนึ่งไปวางประกันเงินกู้ แล้วโจทก์ได้ตกลงกับจำเลยขอรับเอาข้าวเปลือกจากจำเลยเพียงปีละ ๒ เกวียน จนกว่าจะมอบที่นาที่นำไปวางประกันนั้นคืน จำเลยได้มอบข้าวเปลือกให้โจทก์ ๒ เกวียนตามที่ตกลงกันแล้ว จำเลยจึงไม่ผิดสัญญา ศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์จำเลยจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า "ปรากฏตามคำแถลงของโจทก์ จำเลยได้ส่งข้าวให้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ๒ เกวียน ซึ่งโจทก์ได้รับเก็บไว้ในฉางข้าวของโจทก์แล้ว จำเลยแถลงว่า ได้ตกลงกันข้างนอกศาลกับโจทก์ โดยโจทก์ยอมรับข้าวไปเพียง ๒ เกวียน แล้วโจทก์เอานา ๒ แปลงที่จำเลยเคยทำไปให้คนภายนอกเช่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่โจทก์ยอมรับเอาข้าวไว้ ๒ เกวียน จากจำเลยเก็บไว้ในฉางข้าวของโจทก์นั้น จะฟังว่าจำเลยผิดนัดผิดสัญญายอมยังไม่ถนัด จึงยังไม่อาจบังคับตามสัญญายอมข้อ ๓ ได้" โจทก์อุทธรณ์ว่า ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าได้ตกลงกับโจทก์นอกศาลยอมรับเอาข้าวเพียง ๒ เกวียนนั้น ไม่เป็นความจริง จึงเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่จะไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญายอม ขอให้ศาลบังคับ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองผิดนัดผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จะอ้างว่าตกลงกันนอกศาลไม่ได้ และโจทก์ก็ไม่รับรองข้ออ้างนี้เป็นเรื่องที่หากเป็นจริง ก็ต้องไปว่ากล่าวกันต่างหาก พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองคืนที่พิพาทให้โจทก์ ห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสองฎีกาว่า การที่โจทก์ยอมรับข้าวเปลือกจากจำเลย๒ เกวียนนั้น แสดงว่าโจทก์ยอมรับเอาข้าวเปลือกตามที่ตกลงไว้กับจำเลยจำเลยมิได้ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยมีใจความสำคัญว่า โจทก์ยอมให้ที่พิพาทเป็นของจำเลย โดยจำเลยรับจะส่งข้าวเปลือกให้โจทก์ปีละ ๓ เกวียน หากผิดสัญญาไม่ปฏิบัติก็ให้ที่พิพาทกลับเป็นของโจทก์ข้อสัญญาที่กำหนดให้จำเลยส่งข้าวเปลือกให้โจทก์นี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ศาลจะบังคับให้จำเลยปฏิบัติได้ จึงอาจตกลงกันเป็นอย่างอื่นโดยไม่ถือว่าเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความได้คดีนี้ โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาส่งข้าวเปลือกให้ไม่ครบ จำเลยต่อสู้ว่าได้ตกลงกับโจทก์ใหม่ และปฏิบัติตามข้อตกลงใหม่แล้วซึ่งถ้าเป็นไปตามที่จำเลยต่อสู้จริง จำเลยก็มิใช่ฝ่ายผิดสัญญา กรณีจึงจำต้องพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาให้ได้ความในประเด็นที่จำเลยกล่าวอ้าง แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2424/2516 นางกรอง จงสนิท (โดยนายยอย ดีพูน ผู้รับมรดกความ) โจทก์ นางงา ดีพูน กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกรอง จงสนิท (โดยนายยอย ดีพูน ผู้รับมรดกความ) · จำเลย - นางงา ดีพูน กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริ อติโพธิ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1649/2498ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 7732/2552ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542ฎีกา 674/2549ฎีกา 5285/2537ฎีกา 582/2510ฎีกา 2207/2533ฎีกา 1132/2520ฎีกา 5596/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา