⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3221/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3221/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนอสังหาริมทรัพย์โดยอาศัยเอกสารปลอม ไม่ผูกพันเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง แต่หากบุคคลอื่นครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี บุคคลนั้นย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ปลอมลายเซ็นชื่อโจทก์ลงในใบมอบอำนาจร่วมกับลายเซ็นแท้จริงของจำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 จัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาททั้งแปลง รวมทั้งส่วนของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 รับโอนแล้วได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมา ดังนี้การโอนที่พิพาทส่วนของโจทก์ตามลายเซ็นปลอมนั้น ไม่ผูกพันโจทก์ที่พิพาทอันเป็นส่วนของโจทก์ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์อยู่แต่เมื่อจำเลยที่ 3 ครอบครองที่พิพาทอันเป็นส่วนของโจทก์โดยความสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี โจทก์ได้รู้เห็นแล้วยังคงปล่อยให้จำเลยที่ 3ครอบครองตลอดมา จำเลยที่ 3 ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทส่วนของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่นาโฉนดเลขที่ ๖๔๙๔ ต่อมาจำเลยทั้งสามได้สมคบกัน โดยจำเลยที่ ๑ได้ปลอมลายมือชื่อของโจทก์ลงในช่องผู้มอบอำนาจร่วมกับลายมือแท้จริงของจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการทำนิติกรรมสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๙๔ ดังกล่าวแก่จำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๒ ได้นำใบมอบอำนาจนั้นไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินได้ทำนิติกรรมสัญญาให้ที่ดิน โดยจดทะเบียนใส่ชื่อจำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับให้ในโฉนดที่ดินดังกล่าวขอให้ศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียนสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๙๔ในส่วนของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ ๓ เป็นโมฆะ ให้เจ้าพนักงานที่ดินถอนชื่อจำเลยที่ ๓ ออกแล้วใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในส่วนของโจทก์ตามเดิม จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์และจำเลยที่ ๑ ได้กู้เงินนางขำโดยนำที่นา ๓ แปลง รวมทั้งแปลงพิพาทไปประกันเงินกู้ กับขอร้องให้จำเลยที่ ๒ เอานาของจำเลยที่ ๒ ไปเป็นประกันอีกด้วย ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ ๑ ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงขอร้องให้จำเลยที่ ๒ ชำระหนี้แทน ภายหลังโจทก์และจำเลยที่ ๑ ได้ตกลงขายนาพิพาทแก่จำเลยที่ ๓และส่งมอบนาพิพาทให้จำเลยที่ ๓ เข้าครอบครองอย่างเป็นเจ้าของติดต่อกันมาโดยความสงบและเปิดเผยเป็นเวลาเกิน ๑๐ ปี แล้วคดีของโจทก์จึงขาดอายุความ โจทก์มิใช่หยิงหม้าย จะฟ้องคดีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสามีหาได้ไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความจำเลยที่ ๑ ปลอมลายมือชื่อโจทก์ลงในใบมอบอำนาจให้โอนที่ดิน พิพากษาว่าการจดทะเบียนสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๙๔ เฉพาะส่วนของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ ๓ เป็นโมฆะ ไม่ผูกพันโจทก์ที่โจทก์ ขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดินถอนชื่อจำเลยที่ ๓ ออกแล้วใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในส่วนของโจทก์นั้นไม่อาจบังคับเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ได้กรรมสิทธิ์ในที่นาพิพาททั้งแปลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ แม้คดีนี้จำเลยที่ ๑และที่ ๒ จะมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา แต่กรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้สมควรให้คำพิพากษานี้มีผลถึงจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๕(๑) พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ได้ปลอมลายเซ็นชื่อโจทก์ลงในใบมอบอำนาจร่วมกับลายเซ็นแท้จริงของจำเลยที่ ๑ เพื่อให้จำเลยที่ ๒มีอำนาจโอนที่พิพาทส่วนของโจทก์รวมทั้งส่วนของจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๓จำเลยที่ ๒ จัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาททั้งแปลงรวมทั้งส่วนของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ ๓ แล้วจำเลยที่ ๓ ได้ครอบครองที่พิพาทมาโดยความสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีแล้ว โจทก์ฎีกาโต้เถียงว่าการครอบครองของจำเลยที่ ๓ หาใช่เป็นการครอบครองปรปักษ์ไม่เพราะขณะที่จำเลยที่ ๓ ครอบครองนั้น ทรัพย์มิใช่เป็นของโจทก์หากเป็นของจำเลยที่ ๓ เอง ศาลฎีกาเห็นว่า การโอนที่พิพาทส่วนของโจทก์ตามลายเซ็นที่ปลอมนั้นหาผูกพันโจทก์ไม่ที่พิพาทอันเป็นส่วนของโจทก์จึงยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนของโจทก์อยู่ที่โจทก์ฎีกาว่า ขณะที่จำเลยที่ ๓ ครอบครองนั้นที่พิพาทมิใช่ของโจทก์จึงฟังไม่ขึ้นเมื่อจำเลยที่ ๓ ครอบครองที่พิพาทอันเป็นส่วนของโจทก์โดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีดังได้วินิจฉัยมาแล้วโจทก์ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากที่พิพาทได้รู้เห็นแล้วยังคงปล่อยให้จำเลยที่ ๓ ครอบครองตลอดมา จำเลยที่ ๓ ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทส่วนของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3221/2516 นางนันที วงษ์สกุล (หม้าย) โจทก์ นายสงวน เปาเส็ง หรือสุทธิทรัพย์ ที่ 1 นางใหญ่ ประชุมญาติ (โดยนายธวัช ประชุมญาติ ผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทน) ที่ 2 นายเฉลียว หรือสถาปน์ ประชุมญาติ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนันที วงษ์สกุล (หม้าย) · ประชุมญาติ - นายสงวน เปาเส็ง หรือสุทธิทรัพย์ ที่ 1 นางใหญ่ · 2 - (โดยนายธวัช ประชุมญาติ ผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทน) ที่ · จำเลย - นายเฉลียว หรือสถาปน์ ประชุมญาติ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายอำนวย อินทุภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 1589/2567ฎีกา 3375/2532ฎีกา 472/2526ฎีกา 9788/2553ฎีกา 2675/2527ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 1219-1222/2526ฎีกา 1564/2529ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 955/2535ฎีกา 472/2513ฎีกา 107/2493ฎีกา 1368/2510ฎีกา 529/2497ฎีกา 4415/2528ฎีกา 383/2490ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 1539/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา