คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3426/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเรือกลสองลำแล่นตัดทางกันจนน่ากลัวจะเกิดการชนกัน เรือที่มีเรือลำอื่นอยู่ทางขวาของตนต้องหลีกทางให้เรืออื่นนั้น หากเรือลำที่อยู่ทางซ้ายไม่สามารถหลีกทางให้ได้เนื่องจากข้อจำกัดของเรือหรือสถานการณ์ การละเว้นไม่หลีกทางนั้นไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่นายสำรองขับเรือหางยาวที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงด้วยความเร็วและประมาทเข้ามาในระยะกระชั้นชิดทางขวาของเรือที่จำเลยขับและชนกัน เรือหางยาวล่มลงมีคนตายนั้น เป็นการพ้นวิสัยที่เรือจำเลยที่มีขนาดใหญ่จะหลีกทางให้ได้ การละเว้นของจำเลยเช่นนี้จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวง (พ.ศ. 2498) ออกตามความในพระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ. 2497 หมวด 3 ข้อ 20 ที่ว่า'เมื่อเรือกลสองลำแล่นตัดทางซึ่งกันและกัน ในลักษณะที่น่ากลัวจะเกิดการโดนกัน เรือที่มีเรือลำอื่นอยู่ทางขวาของตนต้องหลีกทางให้เรืออื่นนั้น' จำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ม.310 พระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ.2497 ม.5 พระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ.2497 ม.6 พระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ.2497 ม.7 พระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ.2497 ม.8 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับเรือยนต์ด้วยความประมาท แล่นตัดทางเรือยนต์ชื่อฟ้ายิ้ม ในลักษณะที่น่ากลัวจะเกิดการโดนกัน จำเลยมีหน้าที่ต้องหลีกทางให้เรือฟ้ายิ้มซึ่งอยู่ทางขวา แต่จำเลยกลับขับเรือแล่นตัดหน้าเรือฟ้ายิ้มในระยะกระชั้นชิดเป็นเหตุให้เรือชนกันผู้โดยสารในเรือฟ้ายิ้ม๒ คนถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖มาตรา ๓๑๐ พระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕, ๖,๗, ๘ กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๙๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ. ๒๔๙๗
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯจึงต้องมีความผิด
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่า จำเลยขับเรือเป็ดขนาดใหญ่ ยาวประมาณ ๔ วา กว้าง ๑ วาเศษ ติดตั้งเครื่องยนต์มีกำลัง ๑๐ แรงม้าแล่นตัดกระแสน้ำซึ่งกำลังไหลขึ้นทำให้เรือแล่นช้าเรือฟ้ายิ้มเป็นเรือหางยาวเล็กเพรียวยาวประมาณ ๑ วา กว้าง ๓ ศอก ติดตั้งเครื่องยนต์มีกำลัง ๒๕ แรงม้า แล่นตามกระแสน้ำขึ้นอยู่ทางด้านขวาของเรือจำเลย และแล่นด้วยความเร็วสูง ในขณะที่เรือทั้งสองแล่นตัดทางจนน่ากลัวจะโดนกันนี้ เรือทั้งสองลำเข้ามาอยู่ห่างกันในระยะ ๒๐ วานายสำรองได้ขับเรือหางยาวด้วยความประมาทใช้ความเร็วสูง เป็นเหตุให้เรือชนกัน เรือหางยาวล่มผู้โดยสารในเรือหางยาวจมน้ำตาย ๒ คน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อฎีกาของโจทก์ที่ว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๙๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ. ๒๔๙๗ หมวด ๓ ข้อ ๒๐ ที่บัญญัติว่า เมื่อเรือกลสองลำแล่นตัดทางซึ่งกันและกันในลักษณะที่น่ากลัวจะเกิดการโดนกันเรือที่มีเรือลำอื่นอยู่ทางขวาของตนต้องหลีกให้เรือลำอื่นนั้น เห็นว่า การที่นายสำรองขับเรือหางยาวซึ่งมีกำลังเครื่องยนต์สูงมาด้วยความเร็วและประมาทในระยะกระชั้นชิด เรือของจำเลยเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ เป็นการพ้นวิสัยที่จำเลยจะแล่นเรือหลีกทางให้เรือของนายสำรองได้ เมื่อเป็นกรณีที่ไม่สามารถกระทำได้ การที่จำเลยไม่ได้หลีกทางให้เรือนายสำรองการละเว้นของจำเลยจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวงฯ ข้อ ๒๐
โจทก์ฎีกาขอให้ยกกฎกระทรวงฯ หมวด ๒ ข้อ ๑๕(ข)(๑) ที่บัญญัติว่าเรือกลให้ใช้สัญญาณด้วยหวีด ขึ้นวินิจฉัย เห็นว่าในเรื่องที่จำเลยไม่ได้ใช้สัญญาณด้วยหวีดนี้โจทก์มิได้กล่าวไว้ในฟ้อง ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยให้ไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3426/2516
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์
นายสุเทพ จันทรเชย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · จำเลย - นายสุเทพ จันทรเชย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร · มงคล วัลยะเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายธาดา วัชรานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเดช วุฒิสิงห์ชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา