⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 544/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 544/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขุดคูหรือร่องน้ำใกล้แนวเขตที่ดินเกินกว่าครึ่งหนึ่งแห่งส่วนลึกของคูหรือร่องนั้นไม่ได้ และการขุดลำรางชิดกับคันนาร่วมเป็นการละเมิดสิทธิในที่ดินของเจ้าของที่ดินข้างเคียง

ย่อคำพิพากษา

กฎหมายมีเจตนารมณ์ที่จะป้องกันมิให้ที่ดินซึ่งอยู่ชิดแนวเขตที่ดินนั้นพังลงตามธรรมชาติ เนื่องจากมีการขุดดินใกล้แนวเขตที่ดินจนเกินไป จึงได้วางเกณฑ์กำหนดไว้ว่าการขุดคูหรือร่องน้ำจะทำใกล้แนวเขตที่ดินกว่าครึ่งหนึ่งแห่งส่วนลึกของคูหรือร่องนั้นไม่ได้ ในการวัดระยะซึ่งกฎหมายกำหนดไว้เพื่อป้องกันที่ดินพังทลาย จึงต้องวัดจากริมคันนาร่วมออกไปถึงแนวลำรางที่จำเลยขุด การที่จำเลยขุดลำรางชิดกับคันนาร่วม ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ในคันนาร่วม ในฐานะที่คันนาร่วมเป็นแนวเขตที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342 แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1342 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1343

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขุดดินลำรางชิดกับที่ดินของโจทก์กว้างประมาณ 2 ศอก ลึก 1 ศอกเศษ ยาวประมรณ 16 วา โดยขุดชิดและยาวไปตามคันนาของโจทก์ เป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์พังลงไปในลำรางที่จำเลยขุดไว้ เป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342 และ 1343 ขอให้บังคับให้จำเลยทำเขื่อนกั้นแล้วเอาดินมากลบให้แน่นตามแนวเขตที่ดินของโจทก์ที่จำเลยขุด หากจำเลยไม่ทำ ก็บังคับให้จำเลยมอบเงิน 5,000 บาทให้โจทก์ทำเองและให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายความแทนโจทก์ จำเลยให้การว่า ลำรางที่โจทก์ฟ้องมีมานานกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยไม่ได้ขุดขึ้นใหม่เป็นแต่ลอกลำรางซึ่งตื้นเขินให้ลึกเท่ากับที่มีมาแต่เดิม เพื่อกักน้ำไว้ใช้ในการทำสวน และไม่ได้ขุดชิดคันนาของโจทก์ อันจะทำให้ที่ดินของโจทก์พังลงแต่ประการใด คันนาดังกล่าวเป็นคันนาแบ่งเขตระหว่างที่ดินของโจทก์กับของนางชม เพ่งงาม มารดาจำเลยจำเลยขุดลอกคูโดยได้รับความยินยอมจากนางชม จึงไม่ละเมิดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยขุดคูลึกราว 1 คืบ และห่างจากจุดกลางคันนาร่วมเกินกว่า 1 คืน จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1342 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งคันนาร่วมยังไม่มีรอยพังทลายโจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความไว้ 100 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342 นั้น การวัดระยะจากแนวเขตถึงปากคูต้องวัดจากริมคันนาด้านที่ขุดมิใช่วัดจากกลางคันนา การที่จำเลยขุดริมคันนาร่วมโดยมิได้เว้นระยะไว้เลย จึงขัดต่อมาตรา 1342 วรรค 2 จำเลยต้องรับผิดสำหรับการเสียหายนั้น พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยถมคูที่จำเลยขุดเฉพาะส่วนที่เกินกว่าอัตราที่มาตรา 1342 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อนุญาตไว้ หากจำเลยไม่กระทำดังกล่าวก็ให้จำเลยวางเงิน 1,000 บาท เพื่อให้โจทก์จัดการแทน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายทั้งสองศาลไว้ 150 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อพิเคราะห์บทบัญญัติมาตรา 1342 และ 1343 แล้ว เห็นได้ว่า กฎหมายมีเจตนารมณ์ที่จะป้องกันมิให้ที่ดินซึ่งอยู่ชิดแนวเขตที่ดินนั้นพังลงตามธรรมชาติ เนื่องจากมีการขุดดินใกล้แนวเขตที่ดินจนเกินไป กฎหมายจึงได้วางเกณฑ์กำหนดไว้ว่าการขุดคูหรือร่องน้ำจะทำใกล้แนวเขตที่ดินกว่าครึ่งหนึ่งแห่งส่วนลึกของคูหรือร่องนั้นไม่ได้ ในกรณีนี้ เนื่องจากโจทก์และมารดาจำเลยตกลงให้ถือเอาคันนาร่วมทั้งคันนาเป็นแนวเขตที่ดินร่วมกัน ย่อมเห็นได้ในเบื้องต้นว่าต่างฝ่ายต่างมีสิทธิร่วมกันใช้คันนานั้นในการทำนาด้วย ในการวัดระยะซึ่งกฎหมายกำหนดไว้เพื่อป้องกันที่ดินพังทลายอันจะพึงเกิดขึ้นตามธรรมชาตินั้น จึงต้องวัดจากริมคันนาร่วมในนาด้านของมารดาจำเลยออกไปถึงแนวลำรางที่จำเลยขุด ตรงกันข้าม ถ้าอนุญาตให้วัดจากจุดกลางคันนาร่วมดังเช่นที่จำเลยฎีกาก็ดี ดังเช่นในกรณีกำหนดแนวเขตที่ดินโดยทั่วไปก็ดี การขุดลำรางย่อมขุดได้ชิดกับคันนาร่วม หรืออาจจะล้ำเข้าไปในคันนาร่วมด้วยได้ ถ้าทำเช่นนั้นได้ย่อมมีผลทำให้คันนานั้นเองพังทลายไปในที่สุดเพราะไม่มีพื้นดินที่ว่างซึ่งเว้นไว้เพื่อความอยู่มั่นคงแห่งคันนาร่วมนั้น คันนาร่วมนั้นย่อมจะเป็นแนวเขตที่ดินอยู่ตลอดไปดังที่โจทก์และมารดาจำเลยตกลงกันแต่เดิมไม่ได้เพราะฉะนั้นในการที่จำเลยขุดลำรางลึก 1 คืบในที่นาของมารดาจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342 จำเลยจะต้องเว้นที่ว่างระหว่างลำรางที่ขุดกับคันนาร่วมด้านที่นาของมารดาจำเลยไว้ไม่น้อยกว่าครึ่งคืบ แต่ตามข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันนั้น จำเลยขุดลำรางชิดกับคันนาร่วมเลยทีเดียว แม้จำเลยจะอ้างว่าคันนาร่วมไม่ได้พังทลายลงแต่อย่างไร ก็จะถือเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้ การขุดลำรางของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ในคันนาร่วมในฐานะคันนาร่วมเป็นแนวเขตที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1342แล้ว คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบด้วยเหตุผลและต้องด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมาย ดังที่ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2493 ระหว่างนายบ๊ะ สะและน้อย โจทก์ กับนายอาดับ สะและน้อยจำเลย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 544/2516 นางทรัพย์ แจ่มแป้น โจทก์ นางชิต พึ่งมั่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทรัพย์ แจ่มแป้น · จำเลย - นางชิต พึ่งมั่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ประสาท สุคนธมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1046/2505ฎีกา 1480/2493ฎีกา 2882/2538ฎีกา 6581/2539ฎีกา 1206/2504ฎีกา 15/2556ฎีกา 1607/2518ฎีกา 2474/2526ฎีกา 1350/2522ฎีกา 6428/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา