⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 770/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2516

ย่อคำพิพากษา

จังหวัดโดยปลัดจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสาธารณะสมบัติของแผ่นดินโดยอ้างว่ามีอำนาจหน้าที่คุ้มครองดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495มาตรา 37(7) แต่ขณะฟ้อง มาตรา 37 นั้นได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน(ฉบับที่ 3)พ.ศ.2499 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2499 เปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินของผู้ว่าราชการจังหวัดหลายประการแต่ไม่มีประเด็นว่ากล่าวกันมาในศาลล่าง ทั้งคู่ความก็มิได้ยกขึ้นเป็นข้อฎีกา แม้จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนเมื่อศาลฎีกาไม่เห็นสมควร ก็ไม่หยิบยกขึ้นวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495มาตรา 37(7) ซึ่งบัญญัติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่คุ้มครองดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดย่อมมีอำนาจดำเนินคดีฟ้องร้องผู้บุกรุกหรือไม่มีสิทธิอยู่ในสาธารณสมบัติของแผ่นดินให้ออกไปได้ โดยกฎหมายหาจำต้องบัญญัติไว้โดยเฉพาะเจาะจงไม่อำนาจเช่นว่านี้เป็นอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ย่อมตกเป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดจังหวัดผู้รักษาราชการแทน ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 มาตรา 36แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2499 มาตรา 11 ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น ตามธรรมดารัฐย่อมจัดใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันได้วิธีการที่จะหวงห้ามย่อมแตกต่างกันตามกาลสมัยเพิ่งมาบัญญัติเป็นกฎหมายขึ้นใช้บังคับเมื่อ พ.ศ.2478 โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่า พ.ศ. 2478ซึ่งให้หวงห้ามโดยวิธีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนหน้านั้นหาได้มีกฎหมายบังคับไว้อย่างไรไม่ดังนั้น ในปี พ.ศ.2473 สมุหเทศาภิบาลผู้ว่าราชการมณฑลในขณะนั้นอันเป็นผู้แทนส่วนหนึ่งของรัฐย่อมออกเป็นประกาศสงวนหวงห้ามที่รกร้างว่างเปล่า มิให้ผู้ใดเข้าโก่นสร้างเหยียบย่ำจับจองหรือถือกรรมสิทธิ์โดยพลการได้ ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับตามกฎหมาย ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินหวงห้ามตามประกาศของสมุหเทศาภิบาลและประกาศกระทรวงมหาดไทย การที่จำเลยเข้าครอบครองสาธารณสมบัติของแผ่นดินหาก่อให้เกิดสิทธิแต่อย่างใดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.8 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1306 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.36 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.37

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินในจังหวัดนครสวรรค์ และคุ้มครองดูแลสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยมีนายเลิศ หงษ์ภักดี ปลัดจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกบ้านในที่ดินหวงห้ามตามประกาศของสมุหเทศาภิบาลและประกาศของกระทรวงมหาดไทย อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ที่พิพาทไม่อยู่ในเขตหวงห้ามและมิใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยซื้อจากนายเรศซึ่งได้ครอบครองยึดถือเพื่อตนมากว่า ๓๐ ปีแล้ว จำเลยร้องขอให้เรียกนายเรศเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่าได้เช่าที่พิพาทจากเรือนจำจังหวัดนครสวรรค์แล้วขายสิทธิครอบครองให้จำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ที่จำเลยฎีกาว่าตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ. ๒๔๙๕ มาตรา ๓๗ วรรคแรก และอนุมาตรา (๗) ที่กล่าวถึงอำนาจหน้าที่คุ้มครองดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินของผู้ว่าราชการจังหวัดมิได้กล่าวถึงการดำเนินคดีแต่อย่างใด และการดำเนินคดีมิใช่การบริหารราชการแผ่นดินจังหวัดนครสวรรค์โดยปลัดจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยนั้น เห็นว่าในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๙๕มาตรา ๓๗ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ และ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๙๙ เปลี่ยนแปลงอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินของผู้ว่าราชการจังหวัดหลายประการแต่คดีไม่มีประเด็นว่ากล่าวกันมาในศาลล่างทั้งสอง และจำเลยก็มิได้ยกขึ้นเป็นข้อฎีกา แม้จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาก็ไม่เห็นสมควรที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัย ปัญหาตามฎีกาของจำเลยนี้เป็นเรื่องการแปลมาตรา ๓๗(๗)แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๙๕ ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อกฎหมายบัญญัติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่คุ้มครองดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ย่อมมีอำนาจดำเนินคดีฟ้องร้องผู้บุกรุกหรือไม่มีสิทธิอยู่ในสาธารณสมบัติของแผ่นดินให้ออกไปได้โดยกฎหมายหาจำต้องบัญญัติไว้โดยเฉพาะเจาะจงไม่ เพราะถ้าขาดอำนาจดำเนินคดีเสียแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินให้ลุล่วงไปได้อย่างไร อำนาจเช่นว่านี้เป็นอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินในจังหวัดชนิดหนึ่งเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ย่อมตกเป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดจังหวัดผู้รักษาราชการแทน ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๙๕ มาตรา ๓๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๑๑ ที่จำเลยฎีกาว่า ประกาศของสมุหเทศาภิบาลลงวันที่ ๑๓ มีนาคม๒๔๗๓ เรื่องหวงห้ามที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินบริเวณเชิงเขากบถึงเขาแรดมิใช่กฎหมายไม่มีผลใช้บังคับนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นตามธรรมดารัฐย่อมจัดใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันได้ วิธีการที่จะหวงห้ามนั้นย่อมแตกต่างกันตามกาลสมัย เพิ่งมาบัญญัติเป็นกฎหมายขึ้นใช้บังคับเมื่อพ.ศ. ๒๔๗๘ ซึ่งให้หวงห้ามโดยวิธีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนหน้านั้นหาได้มีกฎหมายบังคับไว้อย่างไรไม่ ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ สมุหเทศาภิบาลผู้ว่าราชการมณฑลนครสวรรค์ในขณะนั้นอันเป็นผู้แทนส่วนหนึ่งของรัฐย่อมออกเป็นประกาศสงวนหวงห้ามที่รกร้างว่างเปล่ามิให้ผู้ใดเข้าโก่นสร้างเหยียบย่ำจับจองหรือถือกรรมสิทธิ์โดยพลการได้ ประกาศของสมุหเทศาภิบาลดังกล่าวแล้วจึงมีผลใช้บังคับตามกฎหมาย ฎีกาของจำเลยข้อสุดท้าย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินหวงห้ามตามประกาศของสมุหเทศาภิบาลและประกาศกระทรวงมหาดไทยการที่จำเลยเข้าครอบครองที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน หาก่อให้เกิดสิทธิแต่อย่างใดไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2516 จังหวัดนครสวรรค์ โดยนายเลิศ หงษ์ภักดี ปลัดจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นางชื่น ศรีเมือง จำเลย นายเรศ กรมโนนทัย จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความหงษ์ภักดี - จังหวัดนครสวรรค์ โดยนายเลิศ · โจทก์ - ปลัดจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นางชื่น ศรีเมือง · จำเลยร่วม - นายเรศ กรมโนนทัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · เพรียบ หุตางกูร · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ศาลอุทธรณ์ - นายล้วน นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา