⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1212/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1212/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ เมื่อจำเลยถูกผู้ตายทำร้ายก่อนและมีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นหัวหน้ายาม เป็นผู้บังคับบัญชาของผู้ตาย ผู้ตายไม่ได้อยู่ยามตามหน้าที่ จำเลยสอบถามดูแต่โดยดีผู้ตายกลับพูดทำนองไม่ยำเกรงจำเลยซึ่งเป็นหัวหน้า และตรงเข้าต่อยเตะจำเลยทันที การที่จำเลยชกต่อยตอบโต้ไปบ้างย่อมเป็นสิทธิของจำเลยที่จะป้องกันได้ หาจำต้องให้ผู้ตายทำร้ายแต่ฝ่ายเดียวไม่ ไม่ใช่เป็นเรื่องสมัครใจเข้าวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน และเมื่อผู้ตายเตะต่อยจำเลยล้มลงไปแล้วยังยืนรอจะทำร้ายจำเลยอีก พอจำเลยลุกขึ้นผู้ตายได้แทงจำเลยอีก 2 ครั้ง ครั้งที่สองถูกหน้าท้องถึงไส้ไหลจำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงไป 1 นัด ในระยะห่าง 1 วา ขณะที่ผู้ตายขยับจะแทงเอาอีก หากจำเลยไม่ยิงผู้ตายก็อาจเข้าทำร้ายจำเลยถึงตายได้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้ตายโดยเจตนา และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๙๑ และพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ แก้ไข (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ จำเลยให้การรับสารภาพฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนข้อหาฆ่าผู้ตาย ต่อสู้ว่ากระทำโดยป้องกัน ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกับผู้ตายได้เกิดการวิวาทชกต่อยกันแล้วใช้อาวุธทำร้ายซึ่งกันและกัน จำเลยจะอ้างว่ากระทำโดยป้องกันไม่ได้พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๙๑ จำคุก ๒๐ ปี และผิดพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ แก้ไข (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ จำคุก ๖ เดือน จำเลยรับข้อเท็จจริงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๔ คงจำคุก ๑๕ ปี ๔ เดือน ๑๕ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุหาใช่เรื่องวิวาทกันไม่ จำเลยไม่มีความผิด พิพากษาแก้ให้ยกข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ เสีย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ผู้ตายเป็นยาม จำเลยเป็นหัวหน้ายาม คืนเกิดเหตุเวลา ๒๑.๐๐ น.เศษ จำเลยไปตรวจยาม ปรากฏว่าผู้ตายไม่ได้อยู่ยามต่อมาประมาณ ๑๐ นาที พบผู้ตายเดินกลับจากตลาดมีอาการเมาสุรา จำเลยถามผู้ตายว่า "ประจวบ ลื้อไปไหนมา ไม่อยู่ยาม" ผู้ตายตอบว่า"อั๊วจะอยู่ก็ได้ ไม่อยู่ก็ได้" พูดแล้วผู้ตายก็ตรงเข้าเตะต่อยจำเลยแล้วต่างฝ่ายต่างชกต่อยกันจำเลยล้มลง ผู้ตายยืนรออยู่ พอจำเลยลุกขึ้น ผู้ตายก็เอาเหล็กขูดชาฟท์แทงจำเลย ๒ ครั้ง ครั้งที่สองถูกที่หน้าท้อง ไส้ไหล แล้วจำเลยดึงปืนออกจากเอวยิงผู้ตาย ๑ นัด วินิจฉัยว่าการที่จำเลยสอบถามผู้ตายถึงเรื่องผู้ตายไม่อยู่ยามตามปกติแต่โดยดี ผู้ตายกลับพูดทำนองไม่ยำเกรงจำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าและตรงเข้าต่อยเตะจำเลยทันที ที่จำเลยชกต่อยตอบโต้ไปบ้างย่อมเป็นสิทธิของจำเลยที่จะป้องกันได้ หาจำต้องให้ผู้ตายทำร้ายแต่ฝ่ายเดียวไม่ ไม่ใช่เป็นเรื่องสมัครใจเข้าวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน และเมื่อผู้ตายเตะต่อยจำเลยล้มลงไปแล้วยังยืนรอจะทำร้ายจำเลยอีก พอจำเลยลุกขึ้น ผู้ตายได้แทงจำเลยถึง ๒ ครั้ง ครั้งที่สองถูกหน้าท้องถึงไส้ไหล จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงไป ๑ นัด ในระยะห่าง ๑ วา ขณะผู้ตายขยับจะแทงเอาอีก ถ้าหากจำเลยไม่ยิงผู้ตายก็อาจเข้าทำร้ายจำเลยถึงตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1212/2517 พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ โจทก์ นายเพ็ชร ดอกพยอม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ · จำเลย - นายเพ็ชร ดอกพยอม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท บริรักษ์ · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายชัยรัตน์ ชั้นเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ จีระมะกร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา