คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การบรรยายฟ้องความผิดฐานมีวัตถุระเบิดสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ต้องระบุชนิดและจำนวนของวัตถุระเบิดให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
* เมื่อศาลวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 365 แห่งประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ไม่จำต้องวินิจฉัยความผิดตามมาตรา 362 และ 364 อีก
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานมีวัตถุระเบิดสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ นั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ 88 บ. 61 จำนวน 1 ลูก อันเป็นลูกระเบิดสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ก็เป็นฟ้องที่ครบถ้วนองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501มาตรา 3, 5 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2501) (12) แล้วไม่จำต้องบรรยายว่าเป็นลูกระเบิดที่ใช้ขว้างและระเบิดได้
ความผิดฐานบุกรุก เมื่อศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 แล้ว ก็ไม่จำต้องยกมาตรา 362 และ 364 ขึ้นปรับบทลงโทษอีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน มีวัตถุระเบิดมีลูกระเบิดสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวข่มขืนใจผู้อื่น หน่วงเหนี่ยวกักขัง บุกรุกเข้าไปในเขตปลอดภัยในราชการทหารและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้อาวุธ ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พระราชบัญญัติว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๓๐๙, ๓๑๐, ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕, ๓๙๒, ๙๑, ๓๒ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑
จำเลยให้การรับสารภาพทุกข้อหา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยสำหรับความผิดฐานบุกรุกเข้าไปในเขตปลอดภัยในราชการทหารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕ ซึ่งผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหารด้วย ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ จำคุก ๕ ปี และความผิดฐานอื่นได้กำหนดโทษแต่ละกระทงไว้รวมเป็นจำคุกจำเลย ๒๐ ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย ๑๐ ปี
จำเลยอุทธรณ์ว่าตามฟ้องของโจทก์ที่ว่าจำเลยบังอาจมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ ๘๘ บ.๖๑ จำนวน ๑ ลูก อันเป็นลูกระเบิดสำหรับใช้แต่เฉพาะในการสงครามไว้ในความครอบครองนั้น โจทก์ไม่ได้บรรยายว่าลูกระเบิดดังกล่าวสามารถใช้เป็นอาวุธขว้างและระเบิดได้ เพราะลูกระเบิดนั้นอาจใช้การไม่ได้ก็ได้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องในข้อหาฐานนี้ครบถ้วนองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑มาตรา ๓, ๕ และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๐๑) (๑๒) แล้ว หาจำต้องบรรยายว่าเป็นลูกระเบิดที่ใช้ขว้างและระเบิดได้ไม่ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่สำหรับความผิดฐานบุกรุกที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔ และ ๓๖๕ นั้น ศาลฎีกายังไม่เห็นพ้องด้วย เพราะเมื่อจำเลยผิดมาตรา ๓๖๕ แล้วก็ไม่จำต้องยกมาตรา ๓๖๒ และ ๓๖๔ ขึ้นปรับบทลงโทษอีก
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดฐานบุกรุก เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2517
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายตามพงศ์ แสงชมภู จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายตามพงศ์ แสงชมภู |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม · จันทร์ ระรวยทรง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายดำรง สายเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา