⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1881/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1881/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดสองฐานซึ่งมีองค์ประกอบความผิดที่ขัดแย้งกัน ทำให้จำเลยไม่อาจเข้าใจข้อกล่าวหาและต่อสู้คดีได้ ถือเป็นฟ้องที่เคลือบคลุม

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นเรื่องที่ผู้กระทำผิดได้ทรัพย์ด้วยการหลอกลวงแต่ความผิดฐานรับของโจร ทรัพย์ที่ได้มาด้วยการฉ้อโกงนั้น ผู้รับของโจรไม่ได้ไปหลอกลวงด้วย เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องในข้อ (ข) สำหรับความผิดฐานฉ้อโกงว่า จำเลยที่ 2ได้ปุ๋ยมาด้วยการร่วมกับจำเลยที่ 1 นำใบอินวอยซ์ปลอมไปหลอกลวงเจ้าหน้าที่บริษัท ส. แต่กลับบรรยายฟ้องข้อ(ค)ในความผิดฐานรับของโจรว่า จำเลยที่ 2 รับปุ๋ยรายเดียวกันนี้ไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นปุ๋ยที่ได้มาจากการฉ้อโกงซึ่งแสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ไปหลอกลวงด้วยจึงขัดแย้งกัน การที่โจทก์ฟ้องรวมกันมาเพื่อให้ศาลวินิจฉัยไปตามข้อเท็จจริงแห่งคดีว่าจะเป็นความผิดฐานใดเช่นนี้ จำเลยที่ 2 ไม่อาจเข้าใจได้ว่าโจทก์กล่าวหาว่ากระทำการอย่างใดแน่ ย่อมต่อสู้คดีไม่ถูกฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ในความผิดสองฐานนี้จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุม แต่สำหรับจำเลยที่ 1 โจทก์มิได้กล่าวหาว่ากระทำผิดฐานรับของโจรด้วย ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานฉ้อโกงจึงไม่เคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า (ก) จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันลักใบอินวอยซ์ปลอมของโจทก์ไป หรือมิฉะนั้นจำเลยทั้งสองได้รับใบอินวอยซ์ที่ถูกลักมาแล้วร่วมกันกรอกรายการอันเป็นเท็จ และปลอมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ของโจทก์ผู้มีอำนาจอนุมัติเงินเชื่อในใบอินวอยซ์ปลอมดังกล่าว แล้ว (ข) จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันนำใบอินวอยซ์ปลอมนั้นไปหลอกลวงเจ้าหน้าที่บริษัทสยามไซโลและอบพืช จำกัด เพื่อรับเอาปุ๋ยตามจำนวนในใบอินวอยซ์ปลอมไปรวมทั้งสิ้น ๑๑,๐๐๐ กระสอบ เป็นเงิน ๙๑๓,๐๐๐ บาทหรือมิฉะนั้น (ค) จำเลยที่ ๒ ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าปุ๋ย ๑๑,๐๐๐ กระสอบดังกล่าวเป็นปุ๋ยที่ได้มาจากการฉ้อโกงโจทก์ได้บังอาจรับปุ๋ยจำนวนดังกล่าวนั้นเพื่อค้ากำไรขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๔, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๓๓๔, ๓๓๕(๑๑), ๓๔๑, ๓๕๒ และ ๓๕๗ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ทุกข้อเคลือบคลุมพิพากษายกฟ้อง โดยไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันฉ้อโกงปุ๋ยของโจทก์จำนวน ๑๑,๐๐๐ กระสอบ ตามฟ้องข้อ (ข) และที่กล่าวหาว่าจำเลยที่ ๒ รับของโจรปุ๋ยจำนวนดังกล่าวตามฟ้องข้อ (ค) เป็นฟ้องเคลือบคลุมดังศาลชั้นต้นวินิจฉัย แต่ฟ้องของโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจรใบอินวอยซ์และปลอมเอกสารใบอินวอยซ์ กับใช้เอกสารใบอินวอยซ์ปลอมไม่เคลือบคลุมพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ในฐานความผิดตามคำฟ้องของโจทก์ที่ไม่เคลือบคลุม โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดฐานฉ้อโกงหรือฐานรับของโจร ไม่เคลือบคลุม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดฐานรับของโจรมีองค์ประกอบแตกต่างกันมาก ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นเรื่องผู้กระทำผิดได้ทรัพย์ด้วยการหลอกลวง แต่ความผิดฐานรับของโจร ทรัพย์ที่ได้มาด้วยการฉ้อโกงนั้น ผู้รับของโจรไม่ได้ไปหลอกลวงด้วย การที่จะฟ้องรวมกันมาเพื่อให้ศาลวินิจฉัยไปตามข้อเท็จจริงแห่งคดีว่าเป็นความผิดฐานใด ดังเช่นคำฟ้องคดีนี้ ข้อ (ข) บรรยายว่าจำเลยที่ ๒ ได้ปุ๋ยมาด้วยการนำใบอินวอยซ์ปลอมไปหลอกลวงเจ้าหน้าที่บริษัทสยามไซโลและอบพืช จำกัด แต่ฟ้องข้อ (ค) กลับว่า จำเลยที่ ๒ รับปุ๋ยรายเดียวกันนี้ไว้ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นปุ๋ยที่ได้มาจากการฉ้อโกงซึ่งแสดงว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ไปหลอกลวงด้วยจึงขัดแย้งกันจำเลยที่ ๒ ไม่อาจเข้าใจได้ว่า โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ ๒ กระทำการอย่างใดแน่ย่อมต่อสู้คดีไม่ถูก ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ เฉพาะความผิดสองฐานนี้จึงเคลือบคลุมดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แต่คดีสำหรับจำเลยที่ ๑ นั้น โจทก์มิได้กล่าวหาว่าจำเลยที่ ๑กระทำผิดฐานรับของโจร ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ จึงไม่เคลือบคลุม พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ในข้อหาว่าจำเลยที่ ๑ กระทำการฉ้อโกงตามฟ้องข้อ (ข) ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1881/2517 บริษัทเอสโซ่เคมีประเทศไทย จำกัด โดยนายวิโรจน์ ริจิรานุวัตร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายบุญรอด สัจจาพระพิมล กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความจำกัด - บริษัทเอสโซ่เคมีประเทศไทย · โจทก์ - โดยนายวิโรจน์ ริจิรานุวัตร ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายบุญรอด สัจจาพระพิมล กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · พิชัย รชตะนันทน์ · ศวิต สมหวัง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมหมาย มณีรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลูตม์ สวัสดิทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 824/2535ฎีกา 1146/2526ฎีกา 2303/2518ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 599/2532ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1368/2509ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา