⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1985/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1985/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์ และการกระทำที่พยายามฆ่าเพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์ ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองเข้าไปในตึกแถวของผู้เสียหาย ได้เข้าไปในห้องของ อ. บุตรผู้เสียหาย มัด อ. แล้วถามหาเซฟอันเป็นที่เก็บทรัพย์ ว่าที่ชั้นบนมีเซฟอยู่หรือเปล่า อยู่ตรงไหน แล้วจำเลยก็ออกจากห้องของ อ. ขึ้นไปบนชั้นที่ 2 พอพบผู้เสียหายก็ยิงผู้เสียหายทันทีโดยไม่มีสาเหตุที่จะมาทำร้ายผู้เสียหายมาก่อน แล้วจำเลยก็วิ่งขึ้นไปบนชั้นที่สาม แสดงว่าขึ้นไปเพื่อหาเซฟ การที่จำเลยมัด อ. อันเป็นการใช้กำลังประทุษร้าย กับการที่จำเลยยิง พยายามฆ่าผู้เสียหายนี้ จำเลยกระทำไปเพื่อวัตถุประสงค์อันเดียวกัน คือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 80 บทหนึ่ง กับมาตรา 289(6), 80 อีกบทหนึ่ง หาใช่ความผิดสองกระทงไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ปืนยิงนางเหลาเฮี๊ยะโดยเจตนาฆ่า และเพื่อชิงทรัพย์ แต่นางเหลาเฮี๊ยะไม่ถึงแก่ความตาย และชิงทรัพย์ไม่สำเร็จ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๒๘๘. ๓๓๙. ๘๐ ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำคุกจำเลยคนละ ๑๕ ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๖), ๓๓๙ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙ (๖) ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด ประกอบด้วย มาตรา ๘๐ จำคุกคนละ ๒๐ ปี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองเข้าไปในตึกแถวของนางเหลาเฮี๊ยะผู้เสียหายเข้าไปในห้องนายอารักษ์บุตรผู้เสียหาย ใช้เชือกมัดนายอารักษ์ไว้แล้วถามหาเซฟอันเป็นที่เก็บทรัพย์ ว่าที่ชั้นบนมีเซฟอยู่หรือเปล่า เป็นการใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์ เมื่อจำเลยออกจากห้องขึ้นไปบนชั้นที่สองพบนางเหลาเฮี๊ยะ จำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงนางเหลาเฮี๊ยะทันที โดยไม่มีสาเหตุว่าจำเลยมุ่งจะทำร้ายนางเหลาเฮี๊ยะมาก่อน แล้วจำเลยทั้งสองวิ่งขึ้นไปชั้นที่สาม เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยขึ้นไปเพื่อหาเซฟ การที่จำเลยมัดนายอารักษ์อันเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายกับการที่จำเลยยิงพยายามฆ่านางเหลาเฮี๊ยะนี้ จำเลยกระทำไปเพื่อวัตถุประสงค์อันเดียวกัน คือ เพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จึงเป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ บทหนึ่ง กับ มาตรา ๒๘๙(๖) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ อีกบทหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิด ๒ กระทงนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้ เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๖) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ และมาตรา ๓๓๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๘๙(๖) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดบทเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1985/2517 พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก์ นายเม่งฮักหรือบัญชา แซ่เอี้ยว ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี · ล. - นายเม่งฮักหรือบัญชา แซ่เอี้ยว ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · ดวง ดีวาจิน · ล้วน นิลกำแหง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายปรีชา นาคพีนธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา มงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 213/2554ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1162/2508ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 3237/2543ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 6675/2531ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3107/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา