⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2142/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2142/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 จะกระทำได้เฉพาะก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเท่านั้น และไม่สามารถร้องขอในระหว่างการพิจารณาคดีชั้นฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 บัญญัติว่า" ก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวก็ได้ เมื่อศาลได้รับคำร้องนี้แล้วให้ดำเนินการไต่สวนต่อไปโดยทันทีถ้าศาลเห็นว่าคดีมีมูลก็ให้สั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว..." คำว่าศาลตามมาตรานี้ต้องหมายความถึงศาลชั้นต้น โดยกฎหมายบัญญัติให้ศาลทำการไต่สวนฟังว่าคดีของโจทก์มีมูลหรือไม่เสียก่อนที่จะสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว เพราะถ้าได้ผ่านการพิจารณาของศาลชั้นต้นไปจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือมีคำพิพากษาแล้วกรณีก็ไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวนฟังว่าคดีมีมูลหรือไม่อีก ฉะนั้นที่กฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ประสงค์จะให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไว้ชั่วคราว ได้ก็แต่ในกรณีก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเท่านั้นพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ไม่มีบทบัญญัติให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ร้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวในระหว่างฎีกาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.17 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เดิมโจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาและยื่นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยไว้ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า คดีโจทก์มีมูลในเรื่องจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว คดีนี้ศาลแพ่งเคยสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไว้เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับยกฟ้องการพิทักษ์ทรัพย์เดิมก็หมดไปเมื่อคดีไม่มีการพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในขณะนี้ศาลก็มีอำนาจสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ชั่วคราวได้ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ โจทก์ขอพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวมาในขณะยื่นฎีกาศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๔ วรรคท้ายประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ จึงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราว จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จะขอพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวได้ก็เฉพาะในกรณีที่ก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเท่านั้นตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓และการพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวนี้ได้มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. ๒๔๘๓ โดยเฉพาะแล้วจะนำบทบัญญัติวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ได้ฉะนั้น โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกาไม่ได้ พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓บัญญัติว่า "ก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวก็ได้เมื่อศาลได้รับคำร้องนี้แล้วให้ดำเนินการไต่สวนต่อไปโดยทันที ถ้าศาลเห็นว่าคดีมีมูลก็ให้สั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว... " คำว่า ศาล ตามมาตรานี้ต้องหมายความถึงศาลชั้นต้น โดยกฎหมายบัญญัติให้ศาลทำการไต่สวนฟังว่าคดีของโจทก์มีมูลหรือไม่เสียก่อนที่จะสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวเพราะถ้าได้ผ่านการพิจารณาของศาลชั้นต้นไปจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือมีคำพิพากษาแล้ว กรณีก็ไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวนฟังว่าคดีมีมูลหรือไม่อีกฉะนั้น ที่กฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ประสงค์จะให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไว้ชั่วคราวได้ก็แต่ในกรณีก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเท่านั้น พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ไม่มีบทบัญญัติให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ร้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวในระหว่างฎีกาได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องโจทก์ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2142/2517 ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามโลหะพันธ์ โดยนายหลีเซ็ง แซ่เฮ้ง หุ้นส่วนผู้จัดการ บริษัทป๊อบผลิตภัณฑ์นม จำกัด จำเลย นายสำรอง เตชะพูลผล กับพวกรวม 4 คน ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความหุ้นส่วนผู้จัดการ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามโลหะพันธ์ โดยนายหลีเซ็ง แซ่เฮ้ง · จำเลย - บริษัทป๊อบผลิตภัณฑ์นม จำกัด · ผู้ร้องสอด - นายสำรอง เตชะพูลผล กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ล้วน นิลกำแหง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายทวี กสิยพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 6968/2537ฎีกา 6027/2534ฎีกา 6210/2534ฎีกา 4537/2536ฎีกา 5272/2544ฎีกา 2099/2532ฎีกา 57/2530ฎีกา 3702/2534ฎีกา 4562/2536ฎีกา 952/2539ฎีกา 4432/2534ฎีกา 4278/2534ฎีกา 4470/2543ฎีกา 920/2524ฎีกา 2555/2536ฎีกา 1109/2510ฎีกา 726/2512ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา