⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2363/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2363/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่อยู่ห่างไกลจากจุดที่กฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดสำเร็จ และยังมีทางเลือกอื่นในการกระทำที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ถือเป็นการลงมือกระทำความผิด แต่เป็นเพียงการเตรียมการเท่านั้น หากพฤติการณ์ไม่เพียงพอที่จะบ่งชี้เจตนาในการกระทำความผิดตามกฎหมาย ก็ไม่เป็นความผิดฐานพยายามกระทำความผิด.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขนย้ายกระบือโดยใช้รถยนต์บรรทุกเป็นพาหนะ แล้วถูกตำรวจสกัดจับได้ ห่างจากเขตท้องที่อันเป็นเขตควบคุมการเคลื่อนย้ายกระบือตามประกาศของคณะกรรมการ ฯ เป็นระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร และก่อนหน้าจะถึงเขตควบคุม ฯ ยังมีทางแยกไปอำเภออื่นอีกได้ดังนี้ หากถือว่ามีเจตนากระทำผิดก็ห่างไกลต่อความผิดสำเร็จไม่ถือว่าเป็นการลงมือกระทำความผิด จัดอยู่ในชั้นเตรียมการเท่านั้นจากพฤติการณ์และเหตุแวดล้อมต่าง ๆ ไม่พอบ่งชี้ว่ามีเจตนากระทำผิดฐานพยายามขนย้ายกระบือเข้าไปในเขตควบคุม ฯ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ. 2488

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องความว่า อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ. ๒๔๘๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ (กระทรวงพาณิชย์) ได้ออกประกาศคณะกรรมการ ฉบับที่ ๑๐๒ พ.ศ. ๒๕๑๕ เรื่องควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์มีชีวิตกำหนดให้โคกระบือซึ่งมีชีวิตเป็นสิ่งที่อยู่ในความควบคุมและกำหนดในท้องที่เขตอำเภอสะเดาและอำเภอนาทวีจังหวัดสงขลาเป็นเขตควบคุมการเคลื่อนย้ายจำเลยทราบประกาศนั้นแล้วได้ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศดังกล่าว โดยทำการเคลื่อนย้ายกระบือมีชีวิตจำนวน ๙ ตัว จากอำเภอสะบ้าย้อย เพื่อจะพาเข้าไปในเขตท้องที่อำเภอนาทวีและท้องที่อำเภอสะเดา อันเป็นเขตควบคุมการเคลื่อนย้ายโคกระบือทั้งนี้ โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้รักษาการแทนตามกฎหมาย จำเลยกระทำผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นยังไม่บรรลุผล เนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองพร้อมด้วยของกลาง คือกระบือ ๙ ตัว และรถยนต์บรรทุก ๑ คัน ซึ่งเป็นพาหนะบรรทุกกระบือได้เสียก่อน คดีนี้มีผู้นำจับเพื่อขอรับเงินสินบนด้วย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ. ๒๔๘๘ มาตรา ๔, ๑๐, ๑๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๐, ๘๓ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. ๒๔๘๙มาตรา ๕, ๖, ๗, ๘, ๙ ริบของกลาง และจ่ายเงินรางวัลและเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยตั้งใจบรรทุกกระบือผ่านอำเภอนาทวีซึ่งเป็นเขตห้าม แม้จุดที่จำเลยถูกจับกุมจะอยู่ห่างจากเขตอำเภอนาทวีประมาณ ๒๘ กิโลเมตร การกระทำของจำเลยก็พ้นขั้นเตรียมการแล้วประกอบกับถนนไปอำเภอนาทวีลาดยางแล้ว รถอาจวิ่งไปถึงในชั่วเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง หากจำเลยไม่ถูกสกัดจับเสียก่อน คงนำกระบือผ่านเข้าเขตอำเภอนาทวีได้ นับว่าใกล้ชิดกับความผิดสำเร็จ จึงเป็นความผิดฐานพยายามเคลื่อนย้ายกระบือเข้าไปในเขตควบคุม ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๐๖/๒๔๙๗ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ. ๒๔๘๘ มาตรา ๑๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ จำคุกจำเลยคนละ ๒ เดือนปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำให้รอไว้กำหนด ๒ ปี จ่ายเงินรางวัลและเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จุดที่จำเลยถูกจับกุมในเขตอำเภอสะบ้าย้อยไปถึงเขตอำเภอนาทวีมีระยะทางประมาณ ๒๘ กิโลเมตร เป็นระยะทางไกลกับอำเภอนาทวีมาก ทั้งมีทางแยกไปอำเภอเทพาก็ได้ เมื่อเข้าไปถึงอำเภอเทพาแล้วก็ผ่านอำเภอจะนะเข้าอำเภอหาดใหญ่ ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๐๖/๒๔๙๗ ไม่ตรงกับคดีนี้ เพราะตามคดีนั้นจำเลยมุ่งหน้าเข้าไปทางประเทศพม่า ซึ่งเห็นเจตนาของจำเลยว่ามิได้ไปที่อื่น คดีนี้จำเลยอาจบรรทุกกระบือไปตามถนนสายอำเภอเทพา ไม่จำต้องไปทางอำเภอสะเดาหรืออำเภอนาทวี ไม่พอฟังว่าจำเลยพยายามเคลื่อนย้ายกระบือของกลางเข้าไปในเขตควบคุม พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ คืนของกลางทั้งหมดแก่เจ้าทรัพย์ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองขนย้ายกระบือมีชีวิตทั้ง ๙ ตัวโดยใช้รถยนต์บรรทุกเป็นพาหนะ แล้วถูกตำรวจสกัดจับได้ห่างจากเขตท้องที่อันเป็นเขตควบคุม ฯ การเคลื่อนย้ายกระบือเป็นระยะทาง ๒๘ กิโลเมตรและก่อนที่จะถึงเขตควบคุม ฯ มีทางแยกไปอำเภออื่นได้ และวินิจฉัยว่าโจทก์มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ประจักษ์ถึงความผิดของจำเลยว่า จำเลยลงมือกระทำความผิดแล้ว เพียงแต่การขนย้ายกระบือเท่าที่จำเลยกระทำมานั้นไม่พอพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาเพื่อขนย้ายเข้าไปในท้องที่เขตอำเภอนาทวี เพราะระยะทางยังอยู่ห่างไกลจากเขตควบคุมถึง ๒๘ กิโลเมตร การกระทำของจำเลยหากจะถือว่ามีเจตนาจะกระทำผิดก็จัดอยู่ในขั้นเตรียมการเท่านั้น เนื่องจากยังห่างไกลต่อความผิดสำเร็จ คือขนย้ายโดยฝ่าฝืนเข้าไปในเขตท้องที่อำเภอนาทวีเป็นอันมาก จะถือว่าเป็นการลงมือกระทำความผิดแล้วยังไม่ได้เพราะการขนย้ายภายในเขตอำเภอสะบ้าย้อยยังไม่เกิดเป็นความผิดแต่ประการใด จากพฤติการณ์และเหตุแวดล้อมต่าง ๆ ไม่พอบ่งชี้แน่ชัดว่า การขนย้ายกระบือของจำเลยจะเข้าลักษณะมีเจตนากระทำความผิดฐานพยายามขนย้ายเข้าไปในเขตควบคุมท้องที่อำเภอนาทวีไปได้ จึงเอาผิดกับจำเลยทั้งสองไม่ได้ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์และคืนของกลางนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2363/2517 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายปูเตะ หมะสมาน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายปูเตะ หมะสมาน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ศิริ อติโพธิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายสมโพธิ ขุทรานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประกาศ บุณโยดม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2856/2559ฎีกา 959/2491ฎีกา 1866/2553ฎีกา 3307/2531ฎีกา 5840/2544ฎีกา 2848/2527ฎีกา 959/2531ฎีกา 958/2518ฎีกา 4521/2539ฎีกา 6252/2531ฎีกา 129/2544ฎีกา 2246/2520ฎีกา 2283/2516ฎีกา 187/2507ฎีกา 1560/2529ฎีกา 3172/2526ฎีกา 2499/2543ฎีกา 1851/2557ฎีกา 180/2554ฎีกา 3461/2535ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา