⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2390/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งรับเงินแทนห้างหุ้นส่วนจำกัด แล้วได้ส่งมอบเงินนั้นให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้เป็นเจ้าของเงินที่แท้จริงแล้ว ย่อมถือว่าการรับเงินแทนนั้นได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว และบุคคลนั้นไม่ต้องรับผิดชำระอากรสำหรับใบรับเงินชั่วคราวอีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับในการรับเงินไว้มีข้อความว่า "ใบรับเงินชั่วคราววันที่ 28 ตุลาคม 2507 ข้าพเจ้านายจิง แซ่โค้ว (จำเลย)ผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตท สามแยก กรุงเทพฯได้รับเงินที่นำมาลงทุนซื้อยาเบอร์เล่ย์เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น959,890 บาท 10 สตางค์ คืนจากกรรมการผู้จัดการบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัดไว้เป็นที่ถูกต้องเรียบร้อยแล้วส่วนใบรับตัวจริงจะส่งมาให้ภายหลัง ลงชื่อนายจิง แซ่โค้วผู้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตท" เป็นแต่เพียงเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยในฐานะผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้รับเงินลงทุนซื้อยาของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทคืนมาจากบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด ไว้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทเป็นการชั่วคราว จำเลยมิได้รับเงินไว้เป็นของตนเอง เมื่อจำเลยเอาเงินรายนี้ไปส่งมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทซึ่งเป็นเจ้าของเงินที่แท้จริงแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับเงินตัวจริงส่งมาให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์จำกัดอีกฉบับหนึ่งใน3 วันต่อมาและได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ซึ่งแสดงว่าจำเลยได้ส่งมอบเงินที่รับแทนมาเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทผู้รับเงินแท้จริงไม่ได้ปฏิบัติการฝ่าฝืนประมวลรัษฎากร จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดชำระเงินอากรและเงินเพิ่มอากรสำหรับใบรับเงินชั่วคราวอีก (อ้างคำพิพากษาฎีกา ที่ 1765/2515) (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2517)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.326 ประมวลรัษฎากร ม.103 ประมวลรัษฎากร ม.105 ประมวลรัษฎากร ม.106 ประมวลรัษฎากร ม.113 ประมวลรัษฎากร ม.114 ประมวลรัษฎากร ม.117

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับเงินชั่วคราวรับเงินที่นำมาลงทุนซื้อยาคืนจากกรรมการบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัดโดยมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์ได้เรียกจำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างที่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการและจำเลยได้เป็นผู้ชำระบัญชีเสร็จแล้วมาพบ และแจ้งให้จำเลยชำระอากรแสตมป์และเงินเพิ่มจำเลยยอมรับผิดแต่เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าอากรแสตมป์และเงินเพิ่มพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับเงินตัวจริงสำหรับเงินรายเดียวกัน ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามประมวลรัษฎากรแล้วส่งไปให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด แล้วจึงไม่ต้องเสียอากรแสตมป์และเงินเพิ่ม จำเลยไม่เคยยอมรับผิด โจทก์แถลงรับว่าจำเลยออกใบรับเงินตัวจริงสำหรับเงินรายเดียวกันปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามประมวลรัษฎากร แล้วส่งไปให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด โจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยานบุคคลและเอกสาร ขอให้ศาลวินิจฉัยในปัญหาข้อเดียวว่าจำเลยต้องชำระเงินอากรและเงินเพิ่มอากรสำหรับใบรับเงินชั่วคราวหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ต้องชำระเงินอากรและเงินเพิ่มอากรสำหรับใบรับเงินชั่วคราว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา คดีได้ความว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทตั้งสำนักงานอยู่ที่จังหวัดพระนคร จำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้เดินทางไปติดต่อธุรกิจการค้าทางภาคเหนือ วันที่ ๒๘ตุลาคม ๒๕๐๗ จำเลยไปที่จังหวัดแพร่ บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์จำกัดจะเลิกกิจการ ได้จ่ายเงินลงทุนซื้อยาเบอร์เล่ย์ ๙๕๙,๘๙๐.๑๐ บาทคืนให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทในวันนั้นจำเลยไม่ได้เอาใบรับเงินตามแบบพิมพ์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทไปด้วย บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์จำกัด ต้องการหลักฐานการจ่ายเงินคืนดังกล่าว จำเลยจึงออกใบรับเงินชั่วคราวตามภาพถ่ายท้ายฟ้องให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด ในวันเดียวกันเมื่อจำเลยกลับมาจังหวัดพระนครแล้วห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับเงินตัวจริงส่งไปให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้รับเงินจากบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัดไว้เป็นของตนเอง เอกสารตามภาพถ่ายท้ายฟ้องมีข้อความว่า "ใบรับเงินชั่วคราว วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๐๗ ข้าพเจ้านายจิง แซ่โค้วผู้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตท ได้รับเงินที่นำมาลงทุนซื้อยาเบอร์เล่ย์เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น ๙๕๙,๘๙๐.๑๐ บาท คืนจากกรรมการจัดการบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด ไว้เป็นที่ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ส่วนใบรับเงินตัวจริงจะส่งมาให้ภายหลัง ลงชื่อนายจิง แซ่โค้ว ผู้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตท"เป็นแต่เพียงเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยในฐานะผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้รับเงินลงทุนซื้อยาของห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทคืนจากบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัด ไว้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทเป็นการชั่วคราวเมื่อจำเลยเอาเงินรายนี้ไปส่งมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตท ซึ่งเป็นเจ้าของเงินที่แท้จริงแล้วห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทจะได้ออกใบรับเงินตัวจริงส่งมาให้บริษัทแพร่เกษตรภัณฑ์ จำกัดอีกฉบับหนึ่ง เมื่อต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทได้ออกใบรับเงินตัวจริงว่าได้รับเงินลงทุนคืนจากบริษัทแพร่เกษตรภัณฑ ์จำกัดและได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว แสดงว่าจำเลยได้มอบเงินที่ได้รับมาให้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทเป็นการเสร็จสิ้นไปแล้ว และเมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดโซไซท์เสตทผู้รับเงินแท้จริงไม่ได้ปฏิบัติการฝ่าฝืนประมวลรัษฎากร จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดชำระเงินอากรและเงินเพิ่มอากรสำหรับใบรับเงินชั่วคราวอีกเทียบตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๖๕/๒๕๑๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2517 กรมสรรพากร โจทก์ นายฮุ้ยจิง หรือฮุยจิง แซ่โค้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - นายฮุ้ยจิง หรือฮุยจิง แซ่โค้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวินิจ วินิจนัยภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบัติ วังตาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2156/2535ฎีกา 199/2535ฎีกา 1768/2549ฎีกา 5162/2553ฎีกา 487/2506ฎีกา 131/2535ฎีกา 5303/2545ฎีกา 248/2509ฎีกา 8/2505ฎีกา 1121/2495ฎีกา 5179/2533ฎีกา 2791/2540ฎีกา 6982/2543ฎีกา 624/2508ฎีกา 4621/2534ฎีกา 3775/2546ฎีกา 7565/2538ฎีกา 21819/2556ฎีกา 7016/2550ฎีกา 930/2502ฎีกา 3858/2545ฎีกา 4482/2550ฎีกา 2471/2518ฎีกา 1424/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา