⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3775/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3775/2546

ป.พ.พ. ม.7, 653, 702 ฯลฯ · ป.รัษฎากร ม.103, 118

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การยื่นคำร้องขออนุญาตขีดฆ่าอากรแสตมป์ต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นตัดสินชี้ขาดคดี * สัญญาจำนองที่ทำโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสมีผลผูกพันจนกว่าจะถูกศาลเพิกถอน * สัญญากู้เงินและสัญญาจำนองเป็นนิติกรรมที่แยกจากกัน หากสัญญากู้ไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐาน จะนำอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองมาบังคับแก่สัญญากู้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องขออนุญาตทำการขีดฆ่าอากรแสตมป์ในหนังสือสัญญากู้หรือขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ขีดฆ่าอากรแสตมป์ก่อนหรือในขณะที่ได้นำเอกสารนั้นมาอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งหรือก่อนที่ศาลชั้นต้นจะตัดสินชี้ขาดคดี การที่โจทก์เพิ่งมายื่นคำร้องหลังจากที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีแล้ว โดยศาลอุทธรณ์ปฏิเสธที่จะรับฟังหนังสือสัญญากู้ดังกล่าว ย่อมล่วงเลยเวลาที่จะอนุญาตให้ทำการแก้ไข จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขีดฆ่าอากรแสตมป์ในหนังสือสัญญากู้ การที่จำเลยทำสัญญาจำนองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากภริยา คงมีผลเพียงว่า ภริยาจำเลยอาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมจำนองได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 แต่ตราบใดสัญญาจำนองยังไม่ถูกศาลเพิกถอน ย่อมยังคงมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย สัญญากู้เงินและสัญญาจำนอง เป็นนิติกรรมคนละประเภทที่สามารถแยกออกจากกันได้ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยตามสัญญากู้เงิน เมื่อสัญญากู้เงินไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐาน ย่อมไม่อาจนำเอาอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในสัญญาจำนองมาบังคับการกู้เงินรายนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.715 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 ประมวลรัษฎากร ม.103 ประมวลรัษฎากร ม.118

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๒,๔๖๖,๐๕๔,.๔๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๙.๗๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑,๘๙๙,๒๘๖.๕๙ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากขายทรัพย์จำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับต่อโจทก์เพราะจำเลยไม่มีเจตนาทำสัญญากู้เงิน ไม่เคยรับเงินที่กู้ ไม่เคยตกลงยอมเสียดอกเบี้ยและยอมรับการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามฟ้อง อีกทั้งจำเลยไม่เคยและไม่ได้มอบอำนาจให้จดทะเบียนจำนองแก่โจทก์ตามเอกสารท้ายฟ้องซึ่งเป็นเอกสารปลอมที่โจทก์จัดทำขึ้นฝ่ายเดียว จำเลยมิได้สมัครใจและไม่เคยอ่านข้อความในสัญญาซึ่งไม่เป็นธรรม ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและมิได้รับความยินยอมจากภริยาของจำเลย จึงใช้บังคับไม่ได้ โจทก์คิดดอกเบี้ยผิดพลาดซ้ำซ้อนและเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด โจทก์ไม่เคยมีหนังสือบอกกล่าวและบังคับจำนองไปยังจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒,๔๖๖,๐๕๔.๔๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙.๗๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑,๘๙๙,๒๘๖.๕๙ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๔๑) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๘๒๕๘ และ ๗๘๖๑๑ ตำบลบางกะปิ (ลาดพร้าวฝั่งเหนือ) อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ หากขายทรัพย์จำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๘๙๙,๒๘๖.๕๙ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าวอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๑ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ในเบื้องต้นเห็นสมควรวินิจฉัยคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๔ ที่ขออนุญาตทำการขีดฆ่าอากรแสตมป์ในหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. ๕ หรือขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ขีดฆ่าอากรแสตมป์ดังกล่าวเสียก่อน เห็นว่า การร้องขอดังกล่าวโจทก์ชอบที่จะกระทำเสียก่อนหรือในขณะที่ได้นำเอกสารนั้นมาอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง หรือก่อนที่ศาลชั้นต้นจะตัดสินชี้ขาดคดี การที่โจทก์เพิ่งมายื่นคำร้องดังกล่าวหลังจากที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีไปแล้ว โดยศาลอุทธรณ์ปฏิเสธที่จะรับฟังหนังสือสัญญากู้เงินดังกล่าว ย่อมล่วงเลยเวลาที่จะอนุญาตให้ทำการแก้ไข จึงมีคำสั่งไม่อนุญาต ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าที่ดินที่จำนองเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับภริยา จำเลยทำสัญญาจำนองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากภริยา สัญญาจำนองจึงไม่สมบูรณ์นั้น เห็นว่า หากเป็นจริงดังที่จำเลยอ้าง คงมีผลเพียงว่าภริยาจำเลยอาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมจำนองนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๐ แต่ตราบใดสัญญาจำนองยังไม่ถูกศาลเพิกถอน ย่อมยังคงมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ในหนังสือสัญญาจำนองและสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันเอกสารหมาย จ. ๙ และ จ. ๑๐ ได้ระบุอัตราดอกเบี้ยไว้เหมือนกับในหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. ๕ จึงถือได้ว่าการกู้ยืมเงินรายนี้มีการตกลงเรื่องดอกเบี้ยกันไว้นั้น เห็นว่า สัญญากู้เงินและสัญญาจำนอง เป็นนิติกรรมคนละประเภทที่สามารถแยกออกจากกันได้ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยตามสัญญากู้เงิน เมื่อสัญญากู้เงินไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐาน ย่อมไม่อาจนำเอาอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในสัญญาจำนองมาบังคับการกู้เงินรายนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3775/2546 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายประยงค์ อภิรัตน์เกษม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายประยงค์ อภิรัตน์เกษม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพล เจียมจูไร · มงคล ทับเที่ยง · วิศณุ เลื่อมสำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมศักดิ์ อุไรวิชัยกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายพลภักดี สิริทิพากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1536/2500ฎีกา 231/2482ฎีกา 3007/2525ฎีกา 170/2546ฎีกา 1195/2535ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 2135/2518ฎีกา 94/2493ฎีกา 4041/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 72/2505ฎีกา 70/2518ฎีกา 5423/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา