คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องในความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด และความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ต้องระบุให้ชัดแจ้งถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดนั้นๆ ว่าจำเลยได้กระทำอย่างไร
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309และ 310 โดยกล่าวในฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยบังอาจหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และจำเลยข่มขืนใจโจทก์โดยมีอาวุธเพื่อให้โจทก์ถอนทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับ ส. ส่วนการกระทำของจำเลยอย่างไรที่ว่าข่มขืนใจโจทก์ตามมาตรา 309 โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของโจทก์และจำเลยได้กระทำอย่างไรที่ว่าเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์และกระทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามมาตรา 310 โจทก์ไม่ได้บรรยายในฟ้องเลย ฟ้องของโจทก์เช่นนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และจำเลยทั้งสี่ได้ข่มขืนใจโจทก์ โดยมีอาวุธเพื่อให้โจทก์ถอนทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับนางเสริมศรี เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 309, 310, 83
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง ความผิดมาตรา 309, 310 ในการพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งตัดพยานโจทก์แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความผิดของจำเลย และฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) กำหนดให้โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 และ 310 โดยไม่ได้บรรยายการกระทำของจำเลยที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดตามความในมาตรา 309 และ 310 ไว้เลย โจทก์กล่าวในฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสี่บังอาจหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และจำเลยข่มขืนใจโจทก์โดยมีอาวุธเพื่อให้โจทก์ถอนทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับนางเสริมศรี การกระทำของจำเลยอย่างไร ที่ว่าข่มขืนใจโจทก์ตามมาตรา 309 โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของโจทก์ และจำเลยได้กระทำการอย่างไรที่เป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ และกระทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามมาตรา 310 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษ โจทก์ไม่ได้บรรยายในฟ้องเลย ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ชอบที่จะยกฟ้องเสีย ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยต่อไป
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2517
นายอิศรา เมษะปะบุตร โจทก์
ร้อยตำรวจเอกประณต เขียวสนั่น ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอิศรา เมษะปะบุตร · จำเลย - ร้อยตำรวจเอกประณต เขียวสนั่น ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิทูร เทพพิทักษ์ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ธวัช สิทธิชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา