⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2565/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2517

ป.อาญา ม.309, 310 · ป.วิ.อาญา ม.158, 161, 185

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องในความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด และความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ต้องระบุให้ชัดแจ้งถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดนั้นๆ ว่าจำเลยได้กระทำอย่างไร

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309และ 310 โดยกล่าวในฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยบังอาจหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และจำเลยข่มขืนใจโจทก์โดยมีอาวุธเพื่อให้โจทก์ถอนทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับ ส. ส่วนการกระทำของจำเลยอย่างไรที่ว่าข่มขืนใจโจทก์ตามมาตรา 309 โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของโจทก์และจำเลยได้กระทำอย่างไรที่ว่าเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์และกระทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามมาตรา 310 โจทก์ไม่ได้บรรยายในฟ้องเลย ฟ้องของโจทก์เช่นนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.309 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.309 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และจำเลยทั้งสี่ได้ข่มขืนใจโจทก์ โดยมีอาวุธเพื่อให้โจทก์ถอนทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับนางเสริมศรี เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 309, 310, 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง ความผิดมาตรา 309, 310 ในการพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งตัดพยานโจทก์แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความผิดของจำเลย และฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) กำหนดให้โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 และ 310 โดยไม่ได้บรรยายการกระทำของจำเลยที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดตามความในมาตรา 309 และ 310 ไว้เลย โจทก์กล่าวในฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสี่บังอาจหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และจำเลยข่มขืนใจโจทก์โดยมีอาวุธเพื่อให้โจทก์ถอนทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์กับนางเสริมศรี การกระทำของจำเลยอย่างไร ที่ว่าข่มขืนใจโจทก์ตามมาตรา 309 โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของโจทก์ และจำเลยได้กระทำการอย่างไรที่เป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ และกระทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามมาตรา 310 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษ โจทก์ไม่ได้บรรยายในฟ้องเลย ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ชอบที่จะยกฟ้องเสีย ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยต่อไป พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2517 นายอิศรา เมษะปะบุตร โจทก์ ร้อยตำรวจเอกประณต เขียวสนั่น ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอิศรา เมษะปะบุตร · จำเลย - ร้อยตำรวจเอกประณต เขียวสนั่น ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ธวัช สิทธิชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4/2508ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 20504/2556ฎีกา 99/2541ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 213/2554ฎีกา 3026/2517ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2963/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา