คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2822/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งหมายจะเอาทรัพย์ แต่ยังไม่ทันได้ยึดถือเอาทรัพย์ไปได้โดยสมบูรณ์ ถือเป็นเพียงความผิดฐานพยายามกระทำความผิดนั้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเข้าบีบคอผู้เสียหายทางด้านหลัง แล้วกระชากสร้อยคอห้อยพระเครื่องที่สวมอยู่ที่คอจนสร้อยขาดจากกัน ในทันใดผู้เสียหายได้ใช้มือกุมสร้อยคอที่หลุดจากคอแต่ยังอยู่ที่บริเวณหน้าอกไว้ได้ทันจำเลยแย่งเอาไปไม่ได้แม้สร้อยคอจะอยู่ที่มือจำเลยตอนกระชากก็เป็นการกระทำในขั้นที่มุ่งหมายจะให้สร้อยขาดหลุดจากคอผู้เสียหายเท่านั้น เมื่อสร้อยขาดแล้วจำเลยยังไม่ทันยึดถือเอาไป ผู้เสียหายก็กุมสร้อยเอาไว้ได้ การที่จำเลยจะยึดถือเอาสร้อยไปยังไม่บรรลุผลการกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์เท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจลักสายสร้อยคอทองคำและพระเครื่องเลี่ยมทองคำของนางสาวกาบแก้ว แสงจันทรา โดยจำเลยกระชากฉกฉวยจากคอนางสาวกาบแก้วไปซึ่งหน้าโดยทุจริต โดยใช้กำลังประทุษร้ายบีบคอนางสาวกาบแก้ว เพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาเอาทรัพย์ดังกล่าวไป เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ และยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔ ประกอบด้วย มาตรา ๘๐ จำเลยมีอายุ ๑๘ ปีเศาลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ให้จำคุกจำเลย ๒ ปี ๘ เดือน จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๑ ปี ๔ เดือน
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเข้าบีบคอนางสาวกาบแก้วผู้เสียหายทางด้านหลัง แล้วกระชากสร้อยคอทองคำห้อยพระเครื่องเลี่ยมทองคำที่สวมอยู่ที่คอจนสร้อยขาดจากกัน ผู้เสียหายเอามือกุมสร้อยคอไว้ที่บริเวณหน้าอก แล้วร้องขอความช่วยเหลือ นางกุหลาบที่ไปด้วยกันใช้ร่มตีจำเลย จำเลยจึงปล่อยมือจากสร้อยแล้ววิ่งหนีไป
วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อสร้อยขาดหลุดจากคอผู้เสียหายเพราะถูกจำเลยกระชาก ในทันใดผู้เสียหายได้ใช้มือกุมสร้อยคอที่หลุดจากคอแต่ยังอยู่ที่บริเวณหน้าอกไว้ได้ทันจำเลยแย่งเอาไปไม่ได้ แม้สร้อยคอจะอยู่ที่มือจำเลยตอนกระชาก ก็เป็นการกระทำในขั้นที่มุ่งหมายจะให้สร้อยขาดหลุดจากคอผู้เสียหายเท่านั้น เมื่อสร้อยขาดแล้ว จำเลยยังไม่ทันยึดถือเอาไปผู้เสียหายก็กุมสร้อยเอาไว้ได้ การที่จำเลยจะยึดถือเอาสร้อยไปยังไม่บรรลุผลการกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์เท่านั้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2822/2517
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายประเวทย์ หรือโหนก เรืองสมบัติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายประเวทย์ หรือโหนก เรืองสมบัติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เดช วุฒิสิงห์ชัย · บัญญัติ สุชีวะ · ผสม จิตรชุ่ม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายอุดม บรรลือสินธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสีห์ คลายนสูตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา