⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2842/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ชื่อในการประกอบการค้าของผู้อื่นจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) ต่อเมื่อมีเจตนาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่น โดยต้องพิจารณาจากตัวอักษร ถ้อยคำ และลักษณะอื่นๆ ของชื่อประกอบกัน ไม่ใช่เพียงคำที่เปล่งเสียงออกมาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) นั้น การเอาชื่อในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้หรือทำให้ปรากฏที่สินค้าจะเป็นผิดก็ต่อเมื่อการใช้ชื่อนั้นเจตนาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่น และในการที่จะวินิจฉัยว่าเจตนาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นหรือไม่นั้นจะอาศัยคำซึ่งเปล่งเสียงออกมาอย่างเดียวมิได้ จะต้องพิเคราะห์ตัวอักษรถ้อยคำ และลักษณะอื่นๆ ของชื่อนั้นประกอบด้วย ชื่อสินค้าของโจทก์มีคำว่า " TASTE modern from U.S.A." ชื่อสินค้าของจำเลยนอกจากมีคำว่า " TASTE" แล้ว ยังมีภาษาไทยว่า" เทสท์ 23 บางลำภู" แสดงว่า เป็นชื่อร้านเทสท์อยู่ที่เลขที่ 23 บางลำพูหาใช่ TASTE ซึ่งเป็น modern from U.S.A. ของโจทก์ไม่ จึงไม่ทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.272

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ผลิตเสื้อเชิ้ต เสื้อฮาวาย ออกจำหน่ายเป็นสินค้าใช้ชื่อว่า TASTE (เทส์ท) จำเลยทั้งสองร่วมกันเอาชื่อหรือข้อความว่า TASTE (เทส์ท) อันเป็นชื่อสินค้าของโจทก์ไปใช้เป็นชื่อเสื้อเชิ้ตและเสื้อฮาวายที่จำเลยผลิตจำหน่ายเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าที่โจทก์ผลิตจำหน่ายขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒, ๘๓ และขอให้ริบเสื้อที่จำเลยผลิตสำเร็จแล้ว ริบแผ่นผ้าที่มีข้อความว่า TASTE (เทส์ท) กับริบป้ายชื่อร้านของจำเลย ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒(๑) นั้นการเอาชื่อในการประกอบการค้าของผู้อื่นมาใช้หรือทำให้ปรากฏที่สินค้าจะเป็นผิดก็ต่อเมื่อการใช้ชื่อนั้นเจตนาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่น และในการที่จะวินิจฉัยว่าเจตนาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นหรือไม่นั้น จะอาศัยคำซึ่งเปล่งเสียงออกมาอย่างเดียวมิได้ จะต้องพิเคราะห์ตัวอักษร ถ้อยคำ และลักษณะอื่น ๆ ของชื่อนั้นประกอบ เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าชื่อนั้นทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้อื่นหรือไม่ สินค้าของโจทก์นอกจากจะมีคำว่า "TASTE" แล้ว ยังมีคำว่า"modern from U.S.A." อีกด้วย จึงต่างกับสินค้าของจำเลยซึ่งนอกจากจะมีคำว่า "TASTE" แล้ว ก็มีภาษาไทยว่า "เทส์ท ๒๓ บางลำภู" ซึ่งแสดงให้รู้ว่าเป็นชื่อของร้านเทส์ทซึ่งอยู่เลขที่ ๒๓ บางลำพู หาใช่ TASTE ซึ่งเป็น modern from U.S.A. ของโจทก์ไม่จึงไม่เป็นการที่จะทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าสินค้าที่ใช้ชื่อเทส์ทของจำเลยนั้น เป็นสินค้าหรือการค้าของโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒(๑) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2517 บริษัทราชธานี (เมโทร) จำกัด โดยนายบุญชัย หะรินพลสิทธิ์ และนายซุ่งเอี๋ยง แซ่ลี้ กรรมการ โจทก์ นายปรีชา วงศ์กวีสกุล กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความหะรินพลสิทธิ์ - บริษัทราชธานี (เมโทร) จำกัด โดยนายบุญชัย · โจทก์ - และนายซุ่งเอี๋ยง แซ่ลี้ กรรมการ · จำเลย - นายปรีชา วงศ์กวีสกุล กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญญัติ สุชีวะ · เดช วุฒิสิงห์ชัย · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายชลิต ประไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6583/2541ฎีกา 5041-5042/2530ฎีกา 2905/2552ฎีกา 3616/2540ฎีกา 1255/2552ฎีกา 2550/2544ฎีกา 3129/2555ฎีกา 612/2504ฎีกา 37/2507ฎีกา 1124-1125/2506ฎีกา 981/2508ฎีกา 3576/2536ฎีกา 4925/2538ฎีกา 941/2511ฎีกา 353/2510ฎีกา 5017/2554ฎีกา 13584/2558ฎีกา 2205/2547ฎีกา 5037/2552ฎีกา 1257/2536ฎีกา 8779/2542ฎีกา 2230/2519ฎีกา 96/2523ฎีกา 6753/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา