⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 644/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยต้องปฏิบัติตามคำบังคับของศาล และจะยกเอาผลแห่งคำพิพากษาในคดีอื่นมาเป็นเหตุให้ศาลงดหรือเพิกถอนคำบังคับเสียมิได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลพิพากษาคดีถึงที่สุด ให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนของจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์ และจำเลยได้ทราบคำบังคับแล้ว จำเลยก็ต้องปฏิบัติตามคำบังคับของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 โดยรื้อถอนโรงเรือนออกไป จำเลยจะยกเอาผลแห่งคำพิพากษาในคดีอื่นซึ่งไม่มีผลเปลี่ยนแปลงแก้ไขกลับหรืองดคำพิพากษาในคดีนี้มาเป็นเหตุให้ศาลงดหรือเพิกถอนคำบังคับเสียหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยให้รื้อถอนโรงเรือนออกไปจากที่พิพาท ถ้าไม่รื้อ ให้โจทก์รื้อโดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะขนย้าย ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟัง และออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติจำเลยยื่นคำร้องว่า ตามที่โจทก์มอบอำนาจให้นายสถาพร สุขสำราญ ดำเนินคดีแทนตามหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องนั้นต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงและผลของคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีแดงที่ 243/2511ระหว่างนายแสด จุฬารัตน์ กับพวก โจทก์ นายยูซูฟ ศาสนกูล กับพวกจำเลย ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้วว่าหนังสือถอดถอนกรรมการชุดก่อนของมัสยิดโจทก์เป็นโมฆะ และการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ของมัสยิดโจทก์ คือกรรมการชุดที่มอบอำนาจให้นายสถาพร สุขสำราญ ดำเนินคดีแทนมัสยิดโจทก์เป็นโมฆะด้วยคณะกรรมการชุดใหม่จึงไม่มีอำนาจทำการแทนมัสยิดโจทก์ ซึ่งเท่ากับไม่มีตัวโจทก์มาดำเนินคดี คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลจึงไม่ผูกพันมัสยิดโจทก์ โจทก์จะถือประโยชน์จากคำพิพากษาคดีนี้ไม่ได้และไม่มีอำนาจขอให้ศาลบังคับจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำบังคับจำเลยคดีนี้เสีย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย และให้จำเลยปฏิบัติตามคำบังคับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลพิพากษาคดีถึงที่สุด ให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนของจำเลยออกไปจากที่ของโจทก์ และจำเลยได้ทราบคำบังคับแล้ว จำเลยก็ต้องปฏิบัติตามคำบังคับของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 โดยรื้อถอนโรงเรือนพิพาทออกไป จำเลยจะยกเอาผลแห่งคำพิพากษาในคดีอื่นซึ่งไม่มีผลเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับ หรืองดคำพิพากษาในคดีนี้ มาเป็นเหตุให้ศาลงดหรือเพิกถอนคำบังคับเสียหาได้ไม่ และข้ออ้างของจำเลยในชั้นบังคับคดีนี้ก็สืบเนื่องมาจากข้อต่อสู้เดิมนั้นเอง จำเลยจะเอามาโต้แย้งในชั้นบังคับคดีอีกไม่ได้ ศาลล่างทั้งสองให้ยกคำร้องจำเลยชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2517 มัสยิดกุฎีหลวง โดยนายสถาพร สุขสำราญ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายปกครอง วงศ์ทองคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - มัสยิดกุฎีหลวง โดยนายสถาพร สุขสำราญ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายปกครอง วงศ์ทองคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย รชตะนันทน์ · ศวิต สมหวัง · อุดม ทันด่วน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5801/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1649/2498ฎีกา 1763/2551ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3190/2530ฎีกา 218/2481ฎีกา 265/2534ฎีกา 4564/2543ฎีกา 226/2532ฎีกา 7732/2552ฎีกา 958/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา