คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วนและต่อเนื่องจากการทะเลาะวิวาท ไม่ถือว่ามีเจตนาฆ่า เว้นแต่จะมีการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเตะผู้เสียหาย 2 ที แล้วตบ 2 ที ผู้เสียหายล้มลงในนาซึ่งมีน้ำลึกประมาณ 1 ศอก จำเลยเอามือกดศีรษะผู้เสียหายลงในน้ำประมาณ 1 อึดใจ มีคนอื่นมาช่วยแยกคนทั้งสองออกจากกัน และดึงผู้เสียหายขึ้นจากน้ำ ผู้เสียหายไม่รู้สึกตัว ต่อมาประมาณ 1 นาทีจึงรู้สึกตัวถ้าไม่ดึงผู้เสียหายขึ้นจากน้ำ ผู้เสียหายก็คงตาย แต่ได้ความว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายผู้เสียหายมาก่อน เหตุเกิดขึ้นเนื่องจากได้มีการโต้เถียงกันเกี่ยวกับจ้างทำนา การตบเตะและกดศีรษะลงในน้ำเกิดขึ้นโดยปัจจุบัน การกดน้ำเป็นการกระทำต่อเนื่องจากการตบเตะ และจำเลยมีมีดอยู่ก็มิได้ใช้มีดทำร้าย ดังนี้ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจเตะทำร้ายร่างกายนางซิว บัวพ่วงผู้เสียหาย ที่บริเวณตะโพก ๑ ที ผู้เสียหายล้มลง จำเลยใช้มือทั้งสองกดศีรษะและคอผู้เสียหายให้จมลงในน้ำเพื่อให้หายใจไม่ออก และให้ตายทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนาฆ่า แต่ไม่บรรลุผล เพราะมีผู้เข้ามากระชากมือจำเลยให้หลุดจากศีรษะผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงไม่ตาย เพียงแต่สลบไปประมาณ ๑ นาที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นเพียงทำร้ายร่างกายมิได้มีเจตนาฆ่า พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ ให้จำคุก ๒ เดือน
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ให้จำคุก ๑๐ ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเตะผู้เสียหาย ๒ ที แล้วตบ ๒ ที ผู้เสียหายล้มลงไปในนาซึ่งมีน้ำลึกประมาณ ๑ ศอก จำเลยเอามือกดศีรษะผู้เสียหายลงในน้ำประมาณ ๑ อึดใจ นางสาวทวายกับพวกที่มาดำนาได้ช่วยกันแยกคนทั้งสองออกจากกัน เมื่อนางสาวทวายดึงผู้เสียหายขึ้นจากน้ำ ผู้เสียหายไม่รู้สึกตัว ต่อมาประมาณ ๑ นาที จึงรู้สึกตัว ถ้านางสาวทวายไม่ไปดึงผู้เสียหายขึ้นจากน้ำ ผู้เสียหายก็คงตาย จากพฤติการณ์ดังคำเบิกความของนางสาวทวายนี้เห็นได้ว่า จำเลยไม่ได้ใช้อาวุธทำร้ายผู้เสียหาย สาเหตุที่เกิดทำร้ายกันขึ้นก็เนื่องมาจากได้มีการโต้เถียงกันเกี่ยวกับการจ้างดำนาจำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายผู้เสียหายมาก่อน เหตุที่เกิดตบเตะและใช้มือกดศีรษะลงในน้ำเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปัจจุบัน การที่จำเลยเอามือกดศีรษะผู้เสียหายลงในน้ำ เป็นการกระทำต่อเนื่องจากการตบ เตะ ของจำเลยนั้นเองการที่จำเลยชักมีดออกจากที่สะพายและพูดว่าประเดี๋ยวกูแทงเสียตายเลยในขณะที่มีผู้มาห้ามแล้วเป็นการสนับสนุนให้เห็นว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย เพราะจำเลยมีมีดสะพายอยู่ ถ้าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายก็น่าที่จำเลยจะได้ใช้มีดที่สะพายอยู่เข้าทำร้ายผู้เสียหาย แทนที่จะเตะและตบ คดียังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีเจตนาจะฆ่าผู้เสียหายนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2517
พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์
นายลิ้ง ภู่เปี่ยม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · จำเลย - นายลิ้ง ภู่เปี่ยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร · มงคล วัลยะเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - นายดำรง อุณหวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายผสม จิตรชุ่ม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา