⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1382/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำละเมิดแล้ว อายุความสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่รู้เช่นนั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่รถที่จำเลยที่ 1 ลูกจ้างจำเลยที่ 2 ขับชนกับรถผู้อื่นก่อน แล้วแฉลบไปชนบุตรสาวโจทก์ถึงแก่ความตายนั้น โจทก์ย่อมรู้แล้วว่า ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนต้องเป็นจำเลยที่ 1 หรือผู้ขับรถคันอื่นนั้นคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคน โดยไม่จำต้องรอฟังชี้ขาดของศาลว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำผิดเสียก่อน เมื่อคดีฟังได้ว่าโจทก์ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิด และรู้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2513 อันเป็นวันเกิดเหตุนั้นเอง อายุความเฉพาะตัวจำเลยที่ 2ต้องเริ่มนับแต่วันนั้น นับถึงวันฟ้องเกิน 1 ปีคดีโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 จึงขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.163 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.424 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2513 จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถประจำทางรับส่งคนโดยสารในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้รถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับวิ่งล้ำเข้าไปในเส้นทางของรถบรรทุกซึ่งนายเกียงเม้ง แซ่ลิ้มขับสวนทางมาและชนกับรถบรรทุกดังกล่าวนั้น แล้วพุ่งเข้าชนนางสาวประดับ ยาใจ บุตรสาวโจทก์ถึงแก่ความตาย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินค่าเสียหาย ฯลฯ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้คดี และว่าโจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี นับ แต่วันทำละเมิด คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 64,000 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ขาดอายุความแล้วพิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่าโจทก์เพิ่งทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำละเมิด เมื่อศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ก่อนฟ้องคดีนี้เพียง 4 เดือนคดีโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ยังไม่ขาดอายุความ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่รถที่จำเลยที่ 1 ขับชนกับรถของผู้อื่นก่อนแล้วแฉลบไปชนนางสาวประดับถึงแก่ความตายนั้น โจทก์ย่อมรู้แล้วว่า ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนต้องเป็นจำเลยที่ 1 หรือผู้ขับรถสองแถวเล็กคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคน โดยไม่จำต้องรอฟังชี้ขาดของศาลว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำผิดเสียก่อน การที่โจทก์ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการในคดีที่นายเกียงเม้งผู้ขับรถสองแถวถูกฟ้องเป็นจำเลย ไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะให้ฟังว่าโจทก์ไม่อาจทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนดังที่โจทก์อ้างในฎีกา เมื่อคดีฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิด และรู้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2513 อันเป็นวันเกิดเหตุนั้นเอง อายุความเฉพาะตัวจำเลยที่ 2 ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันนั้น นับถึงวันฟ้องเกิน 1 ปี คดีของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 จึงขาดอายุความแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2518 นายทองคำ ยาใจ โจทก์ นายสมชาย ช่องงาม ที่ 1 บริษัทศรีนครขนส่งและพานิช จำเลย จำกัด ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองคำ ยาใจ · จำเลย - นายสมชาย ช่องงาม ที่ 1 บริษัทศรีนครขนส่งและพานิช · จำเลย - จำกัด ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2908/2530ฎีกา 3089/2537ฎีกา 6304/2540ฎีกา 1073/2473ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 2225/2536ฎีกา 4258/2541ฎีกา 860/2525ฎีกา 588/2514ฎีกา 1913/2534ฎีกา 2228/2531ฎีกา 2499/2524ฎีกา 916/2509ฎีกา 156/2513ฎีกา 7231/2538ฎีกา 3763/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา