⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 324/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 324/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว อำนาจในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่เพียงผู้เดียว หนี้ที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญาประนีประนอมยอมความของลูกหนี้ภายหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจึงไม่สมบูรณ์และไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานแห่งหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ชั่วคราวแล้ว อำนาจในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ก็เป็นของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 ประกอบด้วยมาตรา 6 วรรค 8 หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งลูกหนี้ทำไว้หลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวยอมใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ จึงไม่สมบูรณ์ เพราะเกิดขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 94(1) ทั้งเชื่อว่าเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นด้วยการสมยอม จึงรับฟังเป็นหลักฐานแห่งหนี้โดยชอบประกอบคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 91 วรรค 2 ไม่ได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 24 เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้วลูกหนี้ยังอาจกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตนถ้าได้กระทำการตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาลได้แต่เฉพาะกรณีที่ บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลายเท่านั้นเมื่อพระราชบัญญัติล้มละลายมิได้มีบทบัญญัติให้ศาลมีคำสั่งให้ความ เห็นชอบหรืออนุญาตให้ลูกหนี้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความได้เองแต่อย่างใด การที่ศาลทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้จะถือว่าศาลให้ความเห็นชอบหรืออนุญาตไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.6 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.24 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เจ้าหนี้ทั้งสองได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นจำนวนเงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ล้มละลายต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นัดบรรดาเจ้าหนี้ตรวจคำขอรับชำระหนี้แล้ว ปรากฏว่าเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์กับเจ้าหนี้อื่นอีกรายหนึ่ง โต้แย้งคัดค้านคำขอรับชำระหนี้รายนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วทำความเห็นรายงานต่อศาลชั้นต้น หนี้ที่ขอรับชำระเป็นหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง ซึ่งเป็นระยะเวลาหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ และเจ้าหนี้รู้อยู่แล้วว่าลูกหนี้ถูกฟ้องคดีล้มละลาย จึงไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความได้ และใช้ยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้นอกจากนี้คำพิพากษาตามยอมเกิดขึ้นภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์คดีนี้แล้ว ถือได้ว่ามูลหนี้เกิดขึ้นภายหลังพิทักษ์ทรัพย์ จึงต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้อีกด้วยเห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้เสียทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเห็นชอบด้วยตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าหนี้ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความจากพยานฝ่ายเจ้าหนี้ว่าเจ้าหนี้ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน มีที่ดิน ๑ แปลง ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันเจ้าหนี้เป็นความกับนายหวังในคดีแพ่งเจ้าหนี้จึงโอนขายที่ดินให้แก่นายยาและลูกหนี้เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท และไม่ได้รับเงินเลยโดยลูกหนี้แนะนำว่าถ้าไม่ขาย ทนายรับว่าความให้ไม่ได้ เพราะถ้าแพ้คดีจะถูกยึด เจ้าหนี้โอนขายให้แล้วลูกหนี้เอาที่ดินนั้นไปขายฝากผู้มีชื่อ แล้วได้มีการโอนขายต่อไปอีกหลายทอด เจ้าหนี้จึงฟ้องลูกหนี้กับพวกเป็นคดีอาญาและฟ้องคดีแพ่งที่ศาลแพ่งด้วย ผลที่สุดลูกหนี้กับพวกยอมใช้เงินให้เจ้าหนี้เป็นเงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วขณะตกลงยอมความ เจ้าหนี้ทราบอยู่แล้วว่าลูกหนี้ถูกฟ้องล้มละลาย ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวก่อนเจ้าหนี้และลูกหนี้ทำสัญยาประนีประนอมยอมความ ๔ เดือนเศษ เจ้าหนี้ยังไม่ได้รับชำระหนี้ จึงมายื่นคำขอรับชำระหนี้โดยอ้างว่าลูกหนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาปรากฏตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมที่ยื่นพร้อมคำขอรับชำระหนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ชั่วคราวแล้ว อำนาจในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือดำเนินคดีเกี่ยวกับ ทรัพย์สินของลูกหนี้ก็เป็นของเจ้าพนักงานพิทักทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๒๒ ประกอบด้วยมาตรา ๖ วรรค ๘ ลูกหนี้หามีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับเจ้าหนี้ไม่ หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่สมบูรณ์เพราะเกิดขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรา ๙๔(๑) อีกประการหนึ่งข้อเท็จจริงได้ความว่า เจ้าหนี้รู้อยู่แล้วว่าลูกหนี้ถูกฟ้องล้มละลายในขณะที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และปรากฏว่าศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ชั่วคราวเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๑๓ ภายหลังลูกหนี้ถูกฟ้องล้มละลายเพียง ๓ วัน และก่อนเจ้าหนี้ลูกหนี้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความถึง ๔ เดือนเศษ มีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าเจ้าหนี้เป็นฝ่ายไม่สุจริตรู้อยู่แล้วว่าลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวก่อนตกลงทำสัญญาประนี ประนอมยอมความ หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นด้วยการสมยอมอีกด้วย ศาลรับฟังเป็นหลักฐานแห่งหนี้โดยชอบประกอบคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรา ๙๑ วรรค ๒ ไม่ได้ และตามพระราชบัญญัติล้มละลาย ๆ มาตรา ๒๔ เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังอาจกระทำการใด เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตนถ้าได้กระทำการตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาลได้ แต่เฉพาะในกรณีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย ๆ เท่านั้น เมื่อพระราชบัญญัติล้มละลาย ๆ มิได้บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งให้ความเห็นชอบหรืออนุญาตให้ลูกหนี้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความได้เองแต่อย่างใด การที่ศาลทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้จะถือว่าศาลให้ความเห็นชอบหรืออนุญาตไม่ได้ หากแต่เป็นเพราะศาลไม่ทราบว่าลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวในคดีอื่น ฎีกาของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 324/2518 นางอมรา วรรณพฤกษ์ โจทก์ นายหะยีดาวุด มีนหะยีสุไลมาน ที่1 กับพวกรวม 2 คน เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ นายมงคล ทองสดเจริญดี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอมรา วรรณพฤกษ์ · เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ - นายหะยีดาวุด มีนหะยีสุไลมาน ที่1 กับพวกรวม 2 คน · ล. - นายมงคล ทองสดเจริญดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายทวี กสิยพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5209/2566ฎีกา 1506/2542ฎีกา 1001/2509ฎีกา 578/2550ฎีกา 4642/2540ฎีกา 275/2567ฎีกา 1252/2530ฎีกา 8080/2538ฎีกา 9487/2558ฎีกา 946/2509ฎีกา 4275/2560ฎีกา 374/2534ฎีกา 6605/2550ฎีกา 662/2525ฎีกา 4851/2545ฎีกา 3527/2536ฎีกา 2099/2532ฎีกา 1679/2551ฎีกา 2049/2528ฎีกา 1636/2534ฎีกา 5219/2534ฎีกา 92/2531ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา