⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1123/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1123/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การบรรยายฟ้องให้ระบุรายละเอียดแห่งข้อหาพอสมควร และการระบุจำนวน ชนิด ขนาดของสินค้าที่เสียหายไว้ชัดเจน ถือว่าเพียงพอแล้ว ส่วนราคาสินค้าแต่ละรายการเป็นรายละเอียดที่ต้องนำสืบในชั้นพิจารณา * ผู้รับจ้างขนส่งสินค้าต้องรับผิดต่อผู้ว่าจ้างในความเสียหายที่เกิดขึ้น แม้จะมอบหมายให้บุคคลอื่นขนส่งสินค้าต่อก็ตาม * ข้อจำกัดความรับผิดที่ระบุไว้ในใบรับสินค้าจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้ตกลงด้วยชัดแจ้ง มิฉะนั้นถือเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า สินค้าเครื่องไม้แกะสลักที่จ้างจำเลยขนส่งมี 74 รายการ รายละเอียดตามบัญชีท้ายฟ้องราคารวม 166,731 บาท เมื่อรถพลิกคว่ำเพราะความประมาทเลินเล่อของคนขับ จำเลยคืนสินค้าให้โจทก์ตามบัญชีท้ายฟ้อง รวมราคา 63,420 บาท สินค้าเสียหายเป็นราคารวมทั้งสิ้น 103,311 บาท บัญชีท้ายฟ้องได้ระบุจำนวน ชนิด ขนาดของสินค้าไว้ชัดเจน ดังนี้ เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วไม่จำต้องกล่าวถึงว่าราคาสินค้าเครื่องไม่แกะสลักแต่ละรายการนั้นเท่าใด เพราะเป็นรายละเอียดซึ่งต้องนำสืบกันในชั้นพิจารณา จำเลยได้รับขนสินค้าของโจทก์ถึงแม้จำเลยผู้ตกลงรับขนส่งสินค้าไม้มอบหมาย ให้ พ.บรรทุกสินค้าของโจทก์โดยรถยนต์ของ พ.เอง ก็เป็นเรื่องรับจ้างขนส่งอีกทอดหนึ่ง จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายในความเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 617 กรณีที่ใบรับสินค้าของจำเลยมีข้อความจำกัดความรับผิดว่าจะชดใช้ค่าเสียหายไม่เกิน 500 บาทนั้น เมื่อไม่ได้ความว่าโจทก์ได้ตกลงด้วยชัดแจ้ง ข้อจำกัดความรับผิดดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 625

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.617 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.625

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าเพื่อบำเหน็จเป็นทางการค้าปกติ ได้รับขนส่งสินค้าเครื่องไม้แกะสลักของโจทก์ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำมาส่งที่บ้านโจทก์ในกรุงเทพมหานคร รวม ๗๕ รายการ ราคา ๑๖๖,๗๓๑ บาท ปรากฏตามสำเนาใบรับสินค้าและรายการส่งเอกสารท้ายฟ้อง โดยติดต่อจ้างขนส่งเป็นเงิน ๑,๖๐๐ บาท แต่รถยนต์ที่บรรทุกสินค้าดังกล่าวได้พลิกคว่ำที่ทางแยกในเขตจังหวัดสิงห์บุรี เพราะความประมาทเลินเล่อของคนขับ ทำให้สินค้าเครื่องไม้แกะสลักของโจทก์ที่จำเลยรับขนแตกหักสูญหาย โจทก์ได้รับสินค้าคืนคิดเป็นเงินเพียง ๖๓,๔๒๐ บาท ปรากฏตามสำเนาเอกสารการสำรวจสินค้าท้ายฟ้อง สินค้าของโจทก์แตกหักเสียหายคิดเป็นเงิน ๑๐๓,๓๑๑ บาท จำเลยรับจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด แต่แล้วกลับเพิกเฉย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน ๑๐๓,๓๑๑ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ไม่ได้รับจ้างขนส่งสินค้าให้โจทก์ จำเลยเป็นเพียงนายหน้าติดต่อให้โจทก์กับเจ้าของรถบรรทุกคันเกิดเหตุตกลงจ้างกันเอง โดยจำเลยได้รับแต่ค่านายหน้าจากเจ้าของรถบรรทุก และยอมให้เจ้าของรถบรรทุกใช้แบบพิมพ์ใบรับส่งสินค้าของจำเลยเท่านั้น จำเลยจะรับผิดเกี่ยวกับสินค้ามิได้ประเมินราคาไว้ดังรายของโจทก์จำเลยจะรับผิดภายใน ๓๐ วัน และในกรณีสินค้ามิได้ประเมินราคาไว้ดังรายของโจทก์จำเลยจะรับผิดไม่เกิน ๕๐๐ บาท แต่โจทก์มิได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทราบภายใน ๓๐ วัน จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ความจริงโจทก์เสียหายไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท จำเลยไม่เคยยินยอมจะชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์และไม่รับรองเอกสารแสดงรายการส่งสินค้าและรายการสำรวจสินค้าตามสำเนาท้ายฟ้องว่าถูกต้อง กับตัดฟ้องว่า ฟ้องมิได้กล่าวให้ชัดแจ้งเกี่ยวกับยี่ห้อและทะเบียนรถบรรทุกคันเกิดเหตุ รวมทั้งรายละเอียดของรายการสินค้าและราคา ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยให้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน ๑๐๓,๓๑๑ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า สินค้าเครื่องไม้แกะสลักที่จ้างจำเลยขนส่งมี ๗๔ รายการ รายละเอียดตามบัญชีท้ายฟ้องราคารวม ๑๖๖,๗๓๑ บาท เมื่อรถพลิกคว่ำเพราะความประมาทเลินเล่อของคนขับ จำเลยคืนสินค้าให้โจทก์ตามบัญชีท้ายฟ้อง รวมราคา ๖๓,๔๒๐ บาท สินค้าเสียหายเป็นราคารวมทั้งสิ้น ๑๐๓,๓๑๑ บาท บัญชีท้ายฟ้องได้ระบุจำนวน ชนิด ขนาดของสินค้าไว้ชัดเจน ดังนี้ เห็นว่าเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ ไม่จำต้องกล่าวถึงว่าราคาสินค้าเครื่องไม้แกะสลักแต่ละรายการนั้นเท่าใด เพราะเป็นรายละเอียดซึ่งต้องนำสืบกันในชั้นพิจารณา ซึ่งโจทก์ก็ได้นำสืบงราคาต้นทุนของสินค้าเครื่องไม้แกะสลักที่เสียหายไปแต่ละรายการแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม จำเลยได้รับขนสินค้าของโจทก์ดังฟ้อง ถึงแม้จำเลยผู้ตกลงรับขนส่งสินค้าของโจทก์ได้มอบหมาย ให้ นายพยอมบรรทุกสินค้าของโจทก์โดยรถยนต์ของนายพยอมเอง ก็เป็นเรื่องรับจ้างขนส่งช่วงอีกทอดหนึ่ง จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายในความเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๑๗ ส่วน กรณีที่ใบรับสินค้าของจำเลยมีข้อความจำกัดความรับผิดว่าจะชดใช้ค่าเสียหายไม่เกิน ๕๐๐ บาทนั้น ก็เมื่อไม่ได้ความจากข้อนำสืบของจำเลยว่าโจทก์ได้ตกลงด้วยชัดแจ้ง ข้อจำกัดความรับผิดดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ไม่ผลบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๒๕ จำเลยไม่พ้นความรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1123/2519 นายชวลิต ภาวสุทธิการ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ.พัฒน์มงคล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชวลิต ภาวสุทธิการ · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ.พัฒน์มงคล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุ่ม สุนทรธัย · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · โสพิทย์ คังคะเกตุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประสม ศรีเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา