คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1223/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ฝ่ายชายผิดสัญญาหมั้น ฝ่ายหญิงมีสิทธิเรียกค่าทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ตนได้ และของหมั้นที่ฝ่ายหญิงได้รับไปแล้วย่อมตกเป็นสิทธิแก่ฝ่ายหญิงผู้เสียหายอยู่แล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้หมั้นและกำหนดจะแต่งงานกันหลังจากโจทก์ไว้ทุกข์ให้บิดาโจทก์แล้ว 3 ปี ระหว่างนั้นโจทก์ตั้งครรภ์กับจำเลย จำเลยแนะนำให้ทำแท้ง เมื่อโจทก์ทำแท้งแล้วเกิดป่วยหนัก จำเลยกลับหลบหน้าไปแต่งงานกับหญิงอื่น โจทก์ได้รับความเสียหายทางร่างกาย ชื่อเสียง และต้องเจ็บป่วยเสียเงินค่ารักษาโดยจำเลยมิได้สนใจเมื่อหายป่วยแล้ว ผู้ที่ทราบเรื่องไม่มีผู้ใดประสงค์จะแต่งงานกับโจทก์อีก จำเลยจึงต้องใช้ค่าทดแทนความเสียหายดังกล่าว ส่วนของหมั้นอันมีราคาเพียงเล็กน้อยนั้นย่อมตกเป็นสิทธิแก่โจทก์ผู้เสียหายอยู่แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1439 วรรคท้าย จำเลยจะอ้างว่าโจทก์ได้ของหมั้นเป็นการเพียงพอแล้วหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ จำเลยได้หมั้นโจทก์ด้วยแหวนเพชร ๑ วง ราคา ๓,๘๐๐ บาท และเงินสด ๔๐๐ บาท กำหนดจะทำการสมรสกันใน พ.ศ. ๒๕๑๔ หลังจากหมั้นแล้ว จำเลยปลุกปล้ำขืนใจโจทก์จนเสียความบริสุทธิ์ ต่อมาได้เกิดตั้งครรภ์จำเลยได้หายาให้โจทก์กินเพื่อให้แท้งลูก จนโจทก์มีอาการเจ็บป่วยหนัก จำเลยกลับหลบหน้าไปไม่ไปมาหาสู่โจทก์อีก และกลับไปแต่งงานกับหญิงอื่น จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น ทำให้โจทก์เสียหายต่อร่างกายและเสียชื่อเสียง โจทก์ไม่สามารถจะทำการสมรสกับชายอื่นได้ ขอเรียกค่าทดแทนความเสียหายเป็นจำนวนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า โจทก์เสียความบริสุทธิ์แก่จำเลยด้วยความสมัครใจก่อนทำการหมั้น โจทก์ไม่ควรได้รับค่าเสียหายแก่ร่างกายและชื่อเสียง เพราะโจทก์เป็นป่วยผิดสัญญาหมั้นและบอกเลิกสัญญาหมั้นกับจำเลยเอง การแท้งลูกก็เกิดจากการกระทำของฝ่ายโจทก์โดยจำเลยไม่ยินยอมให้กระทำ โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายสูงเกินสมควรคดีโจทก์บาดอายุความฟ้องร้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยใช้ค่าทดแทน ๒๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยหมั้นโจทก์ด้วยแหวนเพชร ๑ วง เงินสด ๔๐๐ บาท ส้ม ๒๔ ผล ขนมจันอับ ๒ ห่อ หลังจากหมั้นแล้ว โจทก์ได้ตั้งครรภ์กับจำเลยและได้ทำแท้ง จำเลยไม่ให้เงินค่ารักษาและต่อมาจำเลยได้แต่งงานกับนางสาวสุนีย์ ทรัพย์แก้ว จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความฟ้องร้อง ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์เป็นฝ่ายเสียหายทางร่างกาย ชื่อเสียงและต้องเจ็บป่วย เสียเงินค่ารักษาโดยจำเลยมิได้สนใจ เมื่อหายป่วยแล้ว ผู้ที่ทราบเรื่องไม่มีผู้ใดประสงค์จะแต่งงานด้วย เช่น รายนายสิทธิชัย ไพรพนมเวสม์ สมควรได้ค่าทดแทนเต็มตามฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์เป็นฝ่ายเสียหายและนำสืบได้ตามฟ้อง สมควรคิดค่าทดแทนให้ตามฟ้อง ที่จำเลยแก้ฎีกาว่าโจทก์ได้แหวนเพชร ๑ วงราคา ๔,๒๐๐ บาท และเงินสด ๔๐๐ บาทเป็นของหมั้นเป็นการเพียงพอแล้วนั้นเห็นว่าของหมั้นดังกล่าวมีราคาเพียงเล็กน้อยนั้นย่อมตกเป็นสิทธิแก่โจทก์ผู้เสียหายอยู่แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๓๙ วรรคท้าย คำแก้ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษาแก้ ให้จำเลยชำระเงิน ๔๐.๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1223/2519
นางสมศรี (หรือศรี) ยั่งยืน(หม้าย) โจทก์
นายเม่งฮั้ว แซ่ตั้ง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสมศรี (หรือศรี) ยั่งยืน(หม้าย) · ล. - นายเม่งฮั้ว แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แผ้ว ศิวะบวร · จันทร์ ระรวยทรง · พยนต์ ยาวะประภาษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเจียร เทพช่วย · ศาลอุทธรณ์ - นายสมัย พนมวัน ณ อยุธยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา