⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1824/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะรับผิดในวินาศภัยก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบสำหรับวินาศภัยนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 วรรคหนึ่ง ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะต้องรับผิดในวินาศภัยที่เกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยจะตองรับผิดชอบสำหรับวินาศภัยที่เกิดขึ้นนั้น โจทก์ฟ้องว่า จ.ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ขับรถโดยประมาทชนรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหาย โจทก์ซ่อมแซมความเสียหายแล้ว จึงฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ซึ่งรับประกันค้ำจุนรถคันที่ชนร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า ก. เป็นผู้เอาประกันภัยรถคันที่ชนไว้กับจำเลยที่ 2 มิใช่จำเลยที่ 1 เป็นผู้เอาประกัน ส่วนจ. เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างของ ก.ด้วย ทั้งโจทก์ก็มิได้สืบนำสืบว่า ก.มีส่วนจะต้องรับผิดในวินาศภัยที่เกิดขึ้นอย่างไร การที่ ก. เป็นแต่เพียงผู้เอาประกันภัยจะถือว่า ก. ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในวินาศภัยที่เกิดขึ้นด้วยไม่ได้ เมื่อ ก. ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบในผลแห่งการละเมิด ที่จะก่อให้เกิดขึ้นแล้ว จำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย เช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลรับประกันภัยรถยนต์เก๋งคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ.๑๙๗๔ ไว้จากนายสมพร เจียรพร จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ.๐๑๐๙ และเป็นนายจ้างของนายจันทร์ โคมีศิลป์ จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลรับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ.๐๑๐๙ ไว้จากจำเลยที่ ๑ เป็นการรับประกันภัยแบบรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายแก่บุคคลภายนอก เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๑๖ นายจันทร์ โคมีศิลป์ลูกจ้างในขณะปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ.๐๑๐๙ ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฑ.๑๙๗๔ เสียหาย โจทก์ได้จัดการซ่อมแล้ว จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยรับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ.๐๑๐๙ ไว้จากจำเลยที่ ๑ และนายจันทร์ โคมิศิลป์ ขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตให้ขับขี่ ผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย นายสมชาย เจียรพร ผู้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฑ.๑๙๗๔ ขับรถยนต์โดยประมาท แต่ฝ่ายเดียว จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้ยกคำฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒ โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะเกิดเหตุ นายจันทร์ โคมีศิลป์ หรือโตมีศิลป์ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ค้นหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ.๐๑๐๙ ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ โดยประมาทชนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฑ.๑๙๗๔ ซึ่งโจทก์รับประกันภัยไว้เสียหาย โจทก์จ่ายเงินค่าซ่อมรถยนต์คันที่รับประกันภัยไปแล้ว นางสาวแก้วตา พึ่งกุศล เอาประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ.๐๑๐๙ ไว้กับจำเลยที่ ๒ ประเภทสัญญาประกันภัยค้ำจุน ปรากฏตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.๑๗ สัญญาประกันภัยยังไม่สิ้นอายุ จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๘๗ วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า"อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั้นคือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้สินไหมทดแทนในนามของผุ้เอาประกัน เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ" จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฬ.๐๑๐๙ กับจำเลยที่ ๒ นายจันทร์ โคมีศิลป์หรือโตมีศิลป์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ มิได้เป็นลูกจ้างของนางสาวแก้วตา พึ่งกุศล ผู้เอาประกันภัยด้วย จำเลยที่ ๒ ผู้รับประกันภัยของนางสาวแก้วตา พึ่งกุศล ผู้เอาประกันภัยด้วย จำเลยที่ ๒ ผู้รับประกันภัยจะรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย ต่อเมื่อวินาศภัยที่เกิดขึ้นนั้นนางสาวแก้วตา พึ่งกุศล ผู้เอาประกันภัยมีส่วนจะต้องรับผิดในวินาศภัยที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นผู้เอาประกันภัย จะถือว่าต้องเป็นผู้รับผิดชอบในวินาศภัยที่เกิดขึ้นด้วยหาได้ไม่ ดังนั้นนางสาวแก้วตา พึ่งกุศล ผู้เอาประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดชอบในผลแห่งการละเมิดที่นายจันทร์ โคมีศิลป์ หรือโตมีศิลป์ก่อให้เกิดขึ้น เมื่อนางสาวแก้วตา พึ่งกุศลผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ ผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเช่นกัน ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่านายจันทร์ โคมีศิลป์หรือโตมีศิลป์ขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ ผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด ฎีกาจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2519 บริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด โจทก์ นายสมัย เดวาหมัด กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด · ล. - นายสมัย เดวาหมัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยง ศรีนาม · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ สำเร็จประสงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 319/2534ฎีกา 1640/2506ฎีกา 1195/2512ฎีกา 1127/2505ฎีกา 7230/2552ฎีกา 681/2506ฎีกา 3131/2543ฎีกา 3651/2526ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5712/2533ฎีกา 7552/2568ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2424-2426/2520ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3760/2533ฎีกา 2399/2523ฎีกา 717/2536ฎีกา 1133/2522ฎีกา 2951/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2438/2535ฎีกา 1172/2514ฎีกา 361/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา