⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1917/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1917/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งที่ศาลจะรับไว้พิจารณาได้ ต้องเป็นฟ้องที่เกี่ยวกับฟ้องเดิม โดยอาศัยฟ้องเดิมเป็นมูลหนี้ หรือมีความสัมพันธ์กับฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินไปพร้อมกันได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องแย้งที่ศาลพึงรับไว้พิจารณาต้องเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ซึ่งหมายความว่าต้องเป็นฟ้องอาศัยฟ้องเดิมเป็นมูลแห่งหนี้ หรือต้องมีส่วนสัมพันธ์กับฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินไปด้วยกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรค 3 และมาตรา 179 วรรคท้าย โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 2 เช่าตึกพิพาทจากโจทก์ที่ 1 แล้วให้จำเลยเข้าอยู่อาศัยโดยให้จำเลยชำระค่าเช่าแทน โจทก์ที่ 2 ต้องการตึกพิพากคืน จำเลยไม่คืนให้ขอให้ขับไล่ จำเลยฟ้องแย้งว่า โจทก์ที่ 2 ให้จำเลยเช่าเพื่อทำกิจการค้าขายหนังสือแล้วแบ่งส่วนให้จำเลยเป็นเปอร์เซนต์ โดยที่โจทก์ที่ 2 ให้จำเลยเป็นผู้ออกเงินค่าตบแต่งตึกพิพาทเป็นการต่างตอบแทน เมื่อโจทก์จะให้จำเลยออกจากตึกพิพาทที่เช่าเพื่อโจทก์ที่ 2 จะทำการค้าเสียเอง โจทก์ที่ 2 จึงต้องชดใช้ค่าตบแต่งตึกพิพาทให้ ฟ้องแย้งของจำเลยจึงอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าหรือนัยหนึ่งอาศัยฟ้องเดิมของโจทก์เป็นมูลหนี้นั่นเอง จึงเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม พอที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินไปด้วยกันได้ (อ้างฎีกาที่ 442/2511) สมควรที่ศาลจะรับไว้พิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของตึกแถว ให้โจทก์ที่ ๒ เช่า โจทก์ที่ ๒ ให้จำเลยอยู่อาศัยและชำระค่าเช่าแทน ถ้าโจทก์ที่ ๒ ต้องการจำเลยต้องส่งมอบคืนให้โจทก์ทันที ต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ จะเข้าอยู่อาศัยเองแต่จำเลยไม่ส่งมอบตึกคืน ขอให้ขับไล่และชดใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นรับฟ้องเฉพาะโจทก์ที่ ๒ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่ใช่ผู้เช่าตึกพิพาทจากโจทก์ที่ ๑ บริษัทไทยวัฒนาพาณิชย์ จำกัด เป็นผู้เช่า แต่ให้โจทก์ที่ ๒ ใส่ชื่อเป็นผู้เช่า บริษัทไทยวัฒนาพาณิชย์ จำกัด กับโจทก์ที่ ๒ ใส่ชื่อเป็นผู้เช่า บริษัทไทยวัฒนาพาณิชย์ จำกัด กับโจทก์ที่ ๒ตกลงให้จำเลยเข้าอยู่ในตึกพิพาททำการค้าเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือแบบเรียน เครื่องเขียนต่าง ๆ ของบริษัทไทยวัฒนาพาณิชย์ จำกัด ขายได้เท่าใดจำเลยได้เปอร์เซนต์จากการขาย โดยให้จำเลยชำระค่าเช่ากับให้จำเลยทำการซ่อมแซมตบแต่งสถานที่พิพาทเพื่อทำการค้าเป็นการต่างตอบแทน จำเลยได้ใช้เงินเพื่อการนี้ไปเป็นเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท และชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์ที่ ๑ ตลอดมา ต่อมาบริษัทไทยวัฒนาพาณิชย์ จำกัด และโจทก์ที่ ๒ เริ่มบิดพลิ้วไม่ส่งหนังสือแบบเรียนมาให้จำเลยจำหน่ายและกลั่นแกล้งจำเลยต่าง ๆ เพื่อจะเข้าทำเสียเอง หากโจทก์ต้องการตึกพิพาทคืนก็ต้องชดใช้ค่าที่จำเลยตบแต่งซ่อมแซมสถานที่คืน จำเลยได้ใช้สถานที่นี้ทำการค้ามา ๓ ปีแล้ว จึงฟ้องแย้งขอคิดเพียง ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย หรือมิฉะนั้นให้จำเลยได้ทำการค้าในตึกพิพาทต่อไปจนถึงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๒๒ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับคำให้การ แต่ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นฟ้องแย้งมีเงื่อนไข ไม่อาจรวมพิจารณากับฟ้องเดิมได้ ไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หลักเกณฑ์ของฟ้องแย้งที่ศาลพึงรับไว้พิจารณาต้องเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ซึ่งก็หมายความว่าต้องเป็นฟ้องแย้งที่อาศัยฟ้องเดิมเป็นมูลแห่งหนี้ หรือต้องมีส่วนสัมพันธ์กับฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินไปด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรค ๓ และมาตรา ๑๗๙ วรรคท้าย คดีนี้จำเลยฟ้องแย้งเรียกค่าตบแต่งสถานที่ตึกพิพาทโดยอ้างว่า โจทก์ที่ ๒ ให้จำเลยเช่าเพื่อทำกิจการค้าขายหนังสือแล้วแบ่งส่วนให้จำเลยเป็นเปอร์เซนต์ โดยที่โจทก์ที่ ๒ ให้จำเลยเป็นผู้ออกเงินค่าตบแต่งตึกพิพาทเป็นการต่างตอบแทน เมื่อโจทก์ที่ ๒ ให้จำเลยออกจากตึกพิพาท จะทำการค้าเสียเอง โจทก์ที่ ๒ ก็ต้องชดใช้ค่าตบแต่งตึกพิพาทให้ จำเลย ดังนี้ จึงเห็นได้ว่าฟ้องแย้งของจำเลยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าหรือนัยหนึ่งอาศัยฟ้องเดิมของโจทก์เป็นมูลหนี้นั่นเอง จึงเป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม พอที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินไปด้วยกันได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒๒/๒๕๑๑ ระหว่างนางวิภา เกียรติแสงศิลป์ โจทก์ นายซือโพย แซ๋ปึง จำเลย สมควรที่ศาลจะรับไว้พิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรค ๓ แล้ว พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้รับฟ้องแย้งของจำเลยไว้พิจารณา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1917/2519 วัดใหม่ช่องลม โดยนายโชติ ประดิษฐ์รอด ไวยาวัจกร ผู้รับมอบอำนาจ กับพวก นางสาวรัตนา ชยสมบัติ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความกับพวก - วัดใหม่ช่องลม โดยนายโชติ ประดิษฐ์รอด ไวยาวัจกร ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นางสาวรัตนา ชยสมบัติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายพิศิษฎ์ เทศะบำรุง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 352/2498ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 3827/2542ฎีกา 497/2539ฎีกา 234/2491ฎีกา 759/2519ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1601/2529ฎีกา 2881/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา