⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2455/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2455/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ผู้เสียหายได้รับค่ารักษาพยาบาลจากแหล่งอื่นแล้ว ไม่ทำให้สิทธิเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากผู้กระทำละเมิดระงับไป 2. ผู้เสียหายจะเรียกร้องค่าเสียหายจากการที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งทุพพลภาพเพราะถูกกระทำละเมิดต่อไปในอนาคตไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444, 445 และ 446 3. ศาลจะพิพากษาให้สิ่งใดเกินกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์เป็นข้าราชการได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลบุตรผู้เยาว์ซึ่งถูกทำละเมิดจากทางราชการแล้ว ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องเอาค่ารักษาพยาบาลจากจำเลยผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดอีกได้ เพราะสิทธิ์ของโจทก์ที่จะได้รับเงินดังกล่าวจากทางราชการ เป็นสิทธิ์ที่รัฐกำหนดให้แก่ข้าราชการ ไม่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลย ในการละเมิดทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัย ผู้ต้องเสียหายจะเรียกร้องค่าเสียหายอย่างใดได้บ้าง มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 444, 445 และ 446 ซึ่งหาได้ให้สิทธิ์แก่บิดาที่จะเรียกร้องเอาค่าเสียหายเพื่อการที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งทุพพลภาพเพราะถูกกระทำละเมิดต่อไปในอนาคตไม่ ฟ้องเรียกค่าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งต้องทุพพลภาพเพราะถูกกระทำละเมิด แม้ทางพิจารณาโจทก์จะนำสืบเป็นทำนองขอเรียกค่าเสียหายเพื่อการที่บุตรเสียความสามารถสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วนทั้งในเวลาปัจจุบันและอนาคต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444 ศาลก็จะบังคับให้ไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง หมายเหตุ วรรคแรกวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 18/2519)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.444 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.445 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.446

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของนายทวีเดช กสิศิลป์ อายุ ๑๘ ปี เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๑๒ นายทวีเดช กสิศิลป์ โดยสารรถประจำทางของจำเลยที่ ๒ คันหมายเลข ๓๘ จากบ้านเพื่อไปโรงเรียน รถยนต์โดยสารของจำเลยที่ ๒ ถูกรถยนต์โดยสารประจำทางคันหมายเลข ๑๐๔ ของจำเลยที่ ๑ ชนเป็นเหตุให้นายทวีเดช กสิศิลป์ กระเด็นตกจากรถยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องพิการทุพพลภาพตลอดไป ทั้งนี้เพราะความประมาทเลินเล่อของผู้ขับรถของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองในฐานะเป็นนายจ้างมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์และนายทวีเดชในผลแห่งการละเมิด ซึ่งลูกจ้างของจำเลยทั้งสองได้กระทำไปในทางการที่จ้าง คือ ค่ารักษาพยาบาล ๓๕,๒๕๐ บาท ค่าใช้จ่ายในการเสียหายของนายทวีเดช ๑๑,๔๐๐ บาท ค่าที่โจทก์ต้องอุปการะเลี้ยงดูนายทวีเดชต่อไปในอนาคต ๑๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๕๖,๖๕๐ บาท โจทก์ให้ทนายความแจ้งให้จำเลยทราบและให้จำเลยมาติดต่อเพื่อบรรเทาความเสียหาย จำเลยไม่มาติดต่อตกลงประการใด ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ให้การว่าคนขับรถจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ขับรถด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินกว่าความเป็นจริง ไกลต่อเหตุและไม่ใช่ความเสียหายที่โจทก์จะเรียกร้องได้ตามกฎหมาย จำเลยที่ ๒ ให้การว่า เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๑๒ รถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ได้ถูกรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ชน ได้รับความเสียหาย ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บหลายคน คนขับรถยนต์ของจำเลยที่๒ ถูกฟ้องในข้อหาว่าขับรถยนต์โดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะคนขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ มิใช่เป็นฝ่ายประมาท โจทก์ไม่เสียหายมากดังที่กล่าวในฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหาย ๔๓,๙๐๐ บาทให้โจทก์ ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เหตุที่รถยนต์ชนกันเกิดเพราะความประมาทของคนขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ วินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ค่าห้องพิเศษของโรงพยาบาล ๙๐ วัน วันละ ๖๐ บาท เป็นเงิน ๕,๔๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ อ้างว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาแสดง และโจทก์ได้รับเงินจำนวนนี้จากทางราชการแล้ว จะเรียกร้องจากจำเลยที่ ๑ อีกไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มีนายแพทย์รัศมี วรรณิศร ผู้ตรวจรักษานายทวีเดชเป็นพยานว่านายทวีเดชเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ๑๑๙ วันจึงออกจากโรงพยาบาล มิใช่โจทก์กล่าวอ้างขึ้นลอย ๆ ควรเชื่อได้ว่าโจทก์ได้จ่ายไปจริง และแม้โจทก์ซึ่งเป็นข้าราชการจะได้รับเงินจำนวนนี้จากทางราชการแล้ว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า โจทก์ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ ๑ เพราะสิทธิ์ของโจทก์ที่จะได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการเป็นสิทธิ์ซึ่งรัฐกำหนดให้แก่ข้าราชการ ไม่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ ๑ ค่าที่โจทก์ต้องเสียค่าเลี้ยงดูนายทวีเดชต่อไปในอนาคต ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ อ้างว่าไม่ใช่ค่าเสียหายที่โจทก์จะเรียกร้องได้ตามกฎหมายและไกลต่อเหตุข้อนี้ โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ในฐานะบิดาจะต้องอุปการะเลี้ยงดูนายทวีเดชต่อไปในอนาคต เพราะเป็นบุคคลทุพพลภาพตลอดชีวิตต้องสูญเสียอนาคตที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้ เพราะไม่สามารถประกอบการงานอาชีพที่ได้เล่าเรียนมาโดยสิ้นเชิง โจทก์ขอคิดค่าอุปการะเลี้ยงดูเพียงระยะเวลา ๑๕ ปีในอัตราเดือนละ ๘๐๐ บาท ตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปเป็นเงิน ๑๔๔,๐๐๐ บาท ในชั้นนี้โจทก์ขอคิดเพียง ๑๐,๐๐๐ บาท และในคำขอท้ายฟ้อง โจทก์ระบุว่าค่าที่โจทก์ต้องอุปการะเลี้ยงดูนายทวีเดชต่อไปในอนาคต ๑๐,๐๐๐ บาท แสดงโดยชัดว่าเป็นการเรียกร้องค่าเสียหายเพื่อการที่โจทก์จะต้องอุปการะเลี้ยงดูนายทวีเดชต่อไปในอนาคต ศาลฎีกาเห็นว่าในการละเมิดโดยทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัย ผู้ต้องเสียหายจะเรียกร้องค่าเสียหายอย่างใดได้บ้างมีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๔, ๔๔๕ และ ๔๔๖ ซึ่งหาได้ให้สิทธิ์แก่โจทก์ในฐานะบิดาของนายทวีเดชที่จะเรียกร้องค่าเสียหายเพื่อการที่โจทก์จะต้องอุปการะเลี้ยงดูนายทวีเดชต่อไปในอนาคตไม่ ฉะนั้น แม้ทางพิจารณาโจทก์จะนำสืบว่าเดี๋ยวนี้แขนซ้ายของนายทวีเดชยังชาอยู่ และคอยังแข็ง หากหันคอมาก ๆ มีอาการปวดเจ็บแพทย์ว่ามีโอกาสหาย แต่หลายปี กี่ปีแพทย์ไม่ได้บอก มีโอกาสจะหายน้อย โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่นายทวีเดชทุพพลภาพนี้ ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นทำนองว่าโจทก์ขอเรียกค่าเสียหายเพื่อการที่นายทวีเดชเสียความสามารถสิ้นเชิง หรือแต่บางส่วนทั้งในเวลาปัจจุบันและในอนาคต ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๔ ศาลก็จะบังคับให้ไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ ห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๒๐,๐๘๐ บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2455/2519 จ่าสิบเอกประสิทธิ์ กสิศิลป์ ฯ โจทก์ บริษัทศิริมิตร จำกัด กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จ่าสิบเอกประสิทธิ์ กสิศิลป์ ฯ · ล. - บริษัทศิริมิตร จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · แผ้ว ศิวะบวร · สุมิตร ฟักทองพรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสันต์ ธีรนิติ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 2572/2541ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา